“หากข้ารู้แต่แรกว่าข้าจะเกิด ‘มารในใจ’ เพราะมัน…วันนั้นข้าควรฆ่ามันให้ตาย!”
ทันใดนั้นเองริมฝีปากสีแดงระเรื่อใต้ม่านผ้าผืนบางของสตรีดังกล่าก็ค่อยๆแย้มเปิดเอ่ยเอื้อนคำพึมพำกับตัวเบาๆ
อนิจาจาแม้วาจาพึมพำจะฟังดูอำมหิต หากแต่ในน้ำเสียงช่างเต็มไปด้วยความลังเลใจนัก
หากย้อนกลับไปวันนั้นได้ นางจะฆ่าอีกฝ่ายได้ลงคอจริงหรือ?
กระทั่งตัวนางเองก็ไม่อาจแน่ใจ
เพราะสุดท้ายแล้วทั้งหมดเป็นความผิดของนางผู้เดียวไม่ใช่อีกฝ่าย
“ศิษย์พี่หญิงสาม…ศิษย์พี่หญิงสาม”
ทันใดนั้นเองเสียงใสปานระฆังแก้วหนึ่งพลันดังขึ้น ปรากฏร่างดรุณีน้อยในชุดเขียวมรกตเหินทะยานข้ามฟ้ามายังยอดเขาปานรุ้งเขียวพาดผ่าน พริบตาก็บรรลุถึงข้างกายสตรีในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อน
“ลู่หลัว เจ้าไฉนมาได้?”
สตรีในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนพอเห็นดรุณีน้อยในชุดเขียวปรากฏกายขึ้นมา แววตาที่ฉายถึงความสับสนหม่นหมองก่อนหน้าก็ฟื้นฟูความสงบนิ่งอีกครั้ง
“ศิษย์พี่หญิงสามท่านมีอันใดในใจหรือ…หลังจากที่ท่านกลับจากเดินทางคราวนั้น ท่านไฉนแลดูเศร้าๆนักเล่า ท่านถึงกับนำไม้ปัดฝุ่นกวาดโลกากลับมาได้เชียวนะ นั่นมิใช่เรื่องดีมากๆหรือไร ท่านอาจารย์กับอาจารย์ป้าล้วนกล่าวชมท่านให้ข้าฟังไม่หยุด ท่านไฉนแลดูไม่ดีใจเลยเล่า?”
ดรุณีน้อยในชุดเขียวกล่าวถามออกมาด้วยแววตาเฉลียวฉลาด