นอกจากนี้ทูตจากพระราชวังฉินก็ไม่ต่างอะไรจากตัวแทนขององค์เหนือหัว มันย่อมไม่กล้าละเลย!
ทูตจากพระราชวังฉินคนนี้ เป็นชายชราในชุดบัณฑิตสีขาว หน้าตาแลดูเกลี้ยงเกลาดั่งเด็กน้อย ทั่วร่างให้ความรู้สึกไม่ธรรมดา ความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาสุดที่สามัญชนจะทาบติด ให้ความรู้สึกสูงส่งยากจะล่วงเกินตอแยได้
“ผู้ว่าเถียน…”
ชายชราชุดขาวมองเถียนจี้หวี่ด้วยรอยยิ้มมากไมตรี กล่าวทักเสียงอ่อน “กล่าวไปพวกเราก็ไม่ได้เจอกันสิบกว่าปีแล้วกระมัง…หลายปีที่ผ่านท่านเป็นเช่นไรบ้าง สบายดีหรือไม่?”
“ขอบคุณในความห่วงใยของท่านทูตนัก ผู้น้อยสบายดี”
เถียนจี้หวี่กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามาครานี้เพราะฝ่าบาทฝากกระแสรับสั่งมาให้กล่าวบอกต่อผู้ว่าเถียนด้วยตัวเอง…”
ชายชราชุดขาวเปิดประตูเห็นภูผากล่าวออก “หลังจากนี้อีก 3 ปี ทั้ง 16 มณฑลรวมถึงมณฑลจิ่วโยว ให้รวบรวมยอดฝีมือขอบจิตเซียนที่อายุไม่ถึง 100 ปีมณฑลละ 30 คน และออกเดินทางไปยังพระราชวังฉิน เพื่อเข้าร่วมการประลองของ 16 มณฑล”
“นอกจากจะมีรางวัลให้ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะการประลองครั้งนี้มากมายแล้ว มณฑลที่เป็นต้นสังกัดอัจฉริยะทั้งหลายจักได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงามอีกด้วย”