แต่มันรู้ดีว่ามันกังวลไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
อาศัยพลังฝีมือของมัน ไม่มีหนทางไหนจะช่วยต้วนหลิงเทียนได้เลย
‘หากไม่ใช่เพราะว่าสถานการณ์ของข้ามัน…ไม่งั้นคิดจะช่วยต้วนหลิงเทียนก็ง่ายนิดเดียว! ลำบากแค่เอ่ยหนึ่งคำเท่านั้น…’
ทันใดนั้นราววกับนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา สีหน้าฉินอวี่ก็มืดลงเล็กน้อย
‘หวังว่าผู้ว่ากับโจวทงจะไม่ทำอะไรเกินเลย…ไม่งั้นวันหน้าข้าจะให้ทั้งตระกูลของพวกมันไร้ที่ฝัง!’
ทันใดนั้นสองตาฉินอวี่ก็เผยประกายเยียบเย็นออกมูบวาบ
ทั่วร่างยังแผ่ความน่าเกรงขามประการหนึ่ง ให้ความรู้สึกราวกับองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ กำลังเหลือบมองสรรพชีวิตเบื้องล่างอย่างไร้แยแส
จากนั้นหลังสงบสติอารมณ์ได้ ฉินอวี่กก็เริ่มต้นบ่มเพาะพลังอย่างตั้งใจ
ณ ชั้นล่างสุดของหลุมมังกรซ่อน ภายในห้องศิลาที่มีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะดีที่สุด
‘ช่างเป็นพลังวิญญาณฟ้าดินที่หนาแน่นอะไรจะขนาดนี้!’
พอเข้ามาในห้องศิลาสิ่งแรกที่ต้วนหลิงเทียนกระทำก็คือเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ เพราะด้านในช่างมีพลังวิญญาณฟ้าดินหนาแน่นเหลือเกิน หลังดังสติได้สีหน้าก็ฉายชัดให้เห็นถึงความตื่นเต้นยินดี
‘กลิ่นอายพลังวิญญาณฟ้าดินหนาแน่นบริบูรณ์แบบนี้…แข็งแกร่งกว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณฟ้าดินในคฤหาสน์ของอาวุโสเจิ้งชิวไม่น้อยเลย!’
‘สมแล้วที่มันเทียบได้กับสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะของผู้ว่ากับผู้พิทักษ์…เป็นสถานที่ๆดีต่อการบ่มเพาะพลังจริงๆ’