เจอโจวเฟยถามด้วยสีหน้าแววตาอำมหิต ต้วนหลิงเทียนย่นคิ้วชักสีหน้ารำคาญเต็มทน เหลือบไปมองห้องศิลาเบื้องหน้าเล็กน้อยค่อยกล่าวต่อว่า
“รีบหน่อยก็ดี…ข้าไม่อยากเสียเวลาบ่มเพาะพลัง”
คำพูดที่กล่าวออกมา ฟังแล้วเสมือนห้องบ่มเพาะเบื้องหน้าเป็นของเขาแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ฟืด! ฟืด! ฟืด! ฟืด!
…
ขณะเดียวกันคนอื่นๆที่ทยอยกันได้สติกลับคืนก็พากันสูดลมหายใจเข้าดังระงม สายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนทำราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
“ไอ้หน้าอ่อนจากเมืองเฉวี่ยโยว…มันเสียสติไปแล้วเหรอ?”
“ถึงแม้ว่าโจวเฟยจะเป็นลูกบุญธรรมของโจวทง…แต่หากไม่ใช่เพราะพลังฝีมือสูงส่งเข้าตา มีหรือที่มันจะถูกรับเป็นลูกบุญธรรมแถมครองห้องบ่มเพาะที่ดีที่สุดในหลุมมังกรซ่อนได้…ที่มันมีหน้ามีตาได้ทุกวันนี้ล้วนมาจากพลังฝีมือของตัวเองกว่าครึ่ง เส้นสายจากโจวทงแค่ส่วนเสริมเท่านั้น…”
“เจ้าหนุ่มจากเมืองเฉวี่ยโยวสมควรได้ยินตอนพวกเราพูดถึงจินเซียนตะวันเหลืองแล้วไม่ผิดแน่…แต่ไฉนมันยังเฉยราวกับไม่ได้ยิน หรือมันมั่นใจว่าสามารถจัดการจินเซียนตะวันเหลืองได้?”
“หากมันมาจากพระราชวังฉิน คงไม่น่าแปลกใจอะไรหากจะมีพลังต้านทานโจวเฟย…อย่างไรก็ตามสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะของเมืองเฉวี่ยโยวมันช่างแร้นแค้นนัก เทียบกับเมืองประจำมณฑลแล้วนับว่าย่ำแย่กว่ามากมาย”
…