อย่างไรก็ตามจวนผู้ว่าไม่ได้ดูแลทั้งหมดด้วยตัวเอง ยังมีตระกูลใหญ่ที่ขึ้นตรงกับจวนผู้ว่าคอยควบคุมดูแลสถานการณ์อีกด้วย
และตระกูลทั้งหลายก็จะมีขุมพลังส่วนตัวที่คอยจัดการทุกอย่าง แบ่งสันปันส่ววนธุรกิจใหญ่ต่างๆในมณฑลจิ่วโยว โดยที่ในแต่ละเดือนจำต้องจ่ายผลกำไรครึ่งหนึ่งให้กับจวนผู้ว่าดั่งเสียภาษี…
“ในบรรดาตระกูลทั้งหลายของมณฑลจิ่วโยวที่มีอำนาจสูงสุดก็คือ 5 ตระกูลใหญ่…และตระกูลเจิ้งของข้าก็เป็น 1 ใน 5 ตระกูลใหญ่ที่ว่าด้วย”
ขณะกล่าวถึงจุดนี้ สีหน้าท่าทางของเจิ้งชิวก็ฉายความภาคภูมิใจออกมาไม่น้อย
ถึงแม้ว่าตระกูลเจิ้งจะมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่มีมัน
แต่ทว่าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมัน คงไม่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่และมีวันนี้ได้ในเวลาอันสั้น
เช่นเดียวกับอาวุโสฝ่ายในของจวนผู้ว่า ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับ 1 ใต้ต้าหลัวจินเซียน คนที่ทรงพลังกว่ามัน…
เป็นเพราะคนในตระกูลไม่ได้เข้มแข็งอะไรมากมาย ทำให้ไม่อาจก่อปราการได้มั่นคง จะมีก็แต่โคลนเหลว…เลยไม่ได้ยกระดับเป็นตระกูลใหญ่
ในมณฑลจิ่วโยวแห่งนี้หากคิดจะเป็นใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าอาศัยหมัดใครใหญ่กว่าถ่ายเดียว ทุกคนต้องทำตามกฏเกณฑ์ของจวนผู้ว่า ไม่อาจไปใช้หมัดที่เข้มแข็งของท่านทุบตีตระกูลอื่นแล้วแย่งชิงมาได้…
หมัดท่านใหญ่ หรือยังใหญ่กว่าจวนผู้ว่า?
“ทหารเฝ้าระวังมาแล้ว…”