แทบจะพอดีกับที่เสียงอวิ๋นเย่กล่าวจบคำ หน้าอวิ๋นชิงเหยียนก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวง สายตาที่ใช้มองอวิ๋นเย่ตอนนี้เผยประกายเยียบเย็นน่ากลัวนัก “เจ้าแน่ใจแล้วหรือ…ว่าข่าวที่เจ้าได้มาเป็นความจริง?”
“นายน้อยข้าได้ยืนยันข้อเท็จจริงของข่าวจากคนของตระกูลเซี่ยหลายคน…มันเป็นเรื่องจริงไม่ผิดแน่ขอรับ”
อวิ๋นเย่ยิ้มเจื่อนๆพูดต่อว่า “ที่สำคัญตอนนี้ประมุขตระกูลเซี่ยเองก็อยู่ในแดนสมรภูมิเช่นกัน…จึงมิน่าจะทราบเรื่องที่คุณหนูเซี่ยได้เข้าไปในนั้น…จะอย่างไรแดนสมรภูมิก็กว้างใหญ่เกินไปอีกทั้งมีทางเข้ามากมายนัก มิมีทางตามหาและปกป้องคุณหนูเซี่ยได้เลย”
“ให้ตายเถอะ! ด่านพลังฝึกปรือของนางยังไม่ฟื้นคืนไม่ใช่หรือไร อาศัยพลังของนางตอนนี้ ต่อให้พบเจอผู้ที่อ่อนแอที่สุดในแดนสมรภูมินางยัง 9 ตาย 1 รอดด้วยซ้ำ…นางเสียสติไปแล้วหรือ?!”
อวิ๋นชิงเหยียนกล่าวออกด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“ในฐานะคุณหนูใหญ่ของตระกูลเซี่ย..มองจากระดับพลังที่นางมีตอนนี้ เกรงว่าที่นางเข้าไปไม่พ้นร้อนใจคิดฟื้นฟูพลังในชีวิตที่แล้วให้ได้เร็วไว กระทั่งยังคิดจะก้าวข้ามตัวเองในอดีตอีกด้วย”
อวิ๋นเย่คาดเดา
ได้ยินคำขของอวิ๋นเย่ สีหน้าอวิ๋นชิงเหยียนก็ยิ่งมืดมนนัก
มันย่อมรู้ดีเป็นธรรมชาติ ว่าที่อวิ๋นเย่กล่าวเดาออกมานั้นถูกเผง