“เอาล่ะ เรื่องนั้นข้ามิขอกล่าวแล้ว…ที่ข้ามาหาเจ้าครั้งนี้ แค่จักบอกว่าเจ้ามันวู่วามเกินไปแล้ว! หรือเจ้ามิรู้ว่าแดนสมรภูมิเป็นอย่างไร? อาศัยพลังฝีมือของหนิงเสวี่ยยามนี้ สิ่งที่เจ้าทำยังต่างอะไรจากผลักไสนางให้ไปตาย! และหากนางตายในนั้นย่อมคือการดับสูญชั่วนิรันดร์!!”
เซี่ยเถี่ยกล่าวออกเสียงเข้ม “หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง…เจ้าคือฆาตกรที่ฆ่านางทางอ้อม!!”
“มิใช่ปกติเจ้ารักและเอ็นดูนางนักหนาหรือไร ไฉนครานี้เจ้าถึงได้เลอะเลือนจนส่งนางไปที่นั่นได้!?”
กล่าวถึงประโยคท้าย โทสะที่หายไปก่อนหน้าของเซี่ยเถี่ยก็หวนกลับมาอีกครั้ง
“ข้าเลอะเลือน?”
เซี่ยเจี๋ยหัวเราะเยาะ “พี่รอง ท่านรู้ ข้ารู้ กระทั่งทุกคนยังรู้…ว่าผู้ที่เลอะเลือนที่สุดก็คือพี่ใหญ่! ในชีวิตนี้เสวี่ยเอ๋อได้พบคู่ชีวิตของนางกระทั่งนางยังให้กำเนิดลูกสาวแล้วทั้งคน แต่พี่ใหญ่ไฉนบีบคั้นให้นางแต่งกับผู้แซ่อวิ๋นนั่นมิเลิก!?”
“พี่รองข้าขอไถ่ถามท่านสักคำ…ประโยชน์ของตระกูล มันสำคัญกว่าความสุขชั่วชีวิตของลูกสาวในไส้จริงๆ?”
เซี่ยเจี๋ยมองจ้องเซี่ยเถี่ยตาเขม็ง กล่าวถามออกด้วยน้ำเสียงชืดชา
“ใช่! เป็นข้าเองที่พาเสวี่ยเอ๋อไปส่งที่แดนสมรภูมิ…ความสุขชั่วชีวิตข้าถูกตระกูลเซี่ยทำลายพินาศสิ้น! ข้าไม่ต้องการให้หลานสาวของข้าต้องถูกตระกูลเซี่ยทำลายความสุขชั่วชีวิตพินาศสิ้นซ้ำรอยข้า!!”