“ประการที่สองเนื่องจากทักษะในด้านการเล่นแร่แปรธาตุของเจ้าสมควรไม่ใช่ชั่วแล้วจริงๆ เมื่อรวมกับเรื่องที่เจ้ามีพรสวรรค์ในด้านการบ่มเพาะขนาดนี้ หมายความว่าความสำเร็จในวันหน้าของเจ้าย่อมไร้ขีดจำกัด! เช่นนั้นมิสู้ข้าส่งถ่านกลางหิมะ โดยการมอบเพลิงอมตะให้เจ้าแต่เนิ่นๆ เพื่อผูกไมตรีกับเจ้าไม่ดีกว่าหรือไร? บางทีในอนาคตผลตอบแทนที่เจ้าจะมอบให้ข้า มันอาจจะมากกว่าที่ข้าเก็บเพลิงอมตะไว้เองก็เป็นได้…”
ฟังจากคำพูดของหลิ่วเฟิงกู่แล้ว นับว่ามันเปิดเผยจริงใจ…ไม่คดในข้องอในกระดูก!
และสายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเผยประกายแห่งความหวังมากขึ้นกว่าเดิม…
“เจ้าเมือง ข้าบอกเลยว่าพอได้ยินท่านพูดแบบนี้ ข้าอยากให้แผ่นหลังมีปีกงอกเงยขึ้นสักคู่จะได้รีบบินไปจับ โจวทง อะไรนั่นที่จวนผู้ว่ามาให้ท่านฆ่าไวๆ…”
ต้วนหลิงเทียนได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา
เพลิงอมตะนับว่าล่อใจเขาเหลือเกิน…
“ด้วยระดับพลังฝึกปรือของเจ้าในตอนนี้ แม้จะมีผู้ที่อยู่ในขอบเขตจินเซียนน้อยคนนักที่สู้เจ้าได้…แต่หากต้องปะทะกับโจวทงจริงๆ เกรงว่าคงยังไม่พอเช่นนั้นเจ้าอย่าได้ใจร้อนวู่วามเด็ดขาด ในช่วงสั้นๆ เจ้าอย่าพึ่งคิดเรื่องช่วยข้าล้างแค้นเถอะ…”
หลิ่วเฟิงกู่ส่ายหัวไปมา
“ข้าก็พูดไปเรื่อย…แค่เพลิงอมตะมันยั่วใจข้าเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าเมืองยังบอกเองว่ามันสมควรเป็นเพลิงอมตะระดับกลาง”
ต้วนหลิงเทียนระบายลมหายใจออกมาอย่างทอดถอน