‘อย่างไรก็ตามแม้ความรู้ในการหลอมโอสถกับอุปกรณ์ของข้าจากระนาบโลกียะ จะมีความละเอียดมากพอจะเทียบได้กับความรู้ของเหล่าปรมาจารย์หลอมอมตะระดับสูง…แต่หากข้าไม่มีเพลิงอมตะที่มีระดับเหมาะสม จะมีความรู้ระดับสูงเหล่านี้ไปก็ไร้ความหมาย..’
พอนึกถึงจุดนี้ได้ ต้วนหลิงเทียนก็เสมือนถูกน้ำเย็นถังหนึ่งราดรดลงหัว ดึงสติให้ตื่นขึ้นทันที
‘เพลิงอมตะ…หายากกว่าสมบัติฟ้าดินชนิดอื่นๆนัก เป็นอะไรที่พบเจอด้วยวาสนา แสวงหามิอาจพานพบ’
หลังตระหนักได้ถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็เลิกให้ความสนใจเกี่ยวกับข้อมูลของการหลอมโอสถและหลอมสร้างอุปกรณ์อื่นๆต่ออีก หลังระบายลมหายใจเฮือกหนึ่ง เขาก็หยิบยันต์อมตะเก็บความทรงจำแผ่นอื่นขึ้นมาเรียนรู้ต่อ…
ต้วนหลิงเทียนรู้วิธีจำแนกเวทย์พลังแล้ว
สิ่งที่เขาต้องการทำความเข้าใจก็คือเวทย์พลังบางประเภทที่เขาไม่เคยเจอ
‘นอกจากเวทย์พลังสายจู่โจม สายป้องกัน ท่าร่าง แล้ว ก็มีเวทย์พลังสนับสนุน…หากแต่เวทย์พลังสายสนับสนุนในระนาบเทวโลกไม่ได้มีแต่การเสริมพลังให้กับผู้ใช้เท่านั้น ยังมีเวทย์พลังสนับสนุนที่สามารถช่วยเหลือและสร้างข้อได้เปรียบในการต่อสู้ได้อีกมากมาย…’
อย่างเช่นเวทย์พลังสนับสนุนบางประการ สามารถเปลี่ยนพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดให้กลายเป็นเชือกที่ยืดยาวออกไปมัดผู้อื่นได้ในเสี้ยววพริบตา…กระทั่งยังสร้างกับดักหยุดยั้ง มีแม้กระทั่งสร้างสภาพแวดล้อมเทียมไว้อำพราง