หากฟังจากคำพูดของหลิ่วเฟิงกู่ เห็นได้ชัดว่าพลังฝีมือของชายชราผู้นี้อย่างน้อยๆก็ต้องเหนือกว่าเหมียวไหลหลง!
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ชายชราผู้นี้ก็คือหัวหน้ากององครักษ์งูทองที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของหลิ่วเฟิงกู่โดยตรง และกระทั่งสมาชิกขององครักษ์งูทองก็ถูกมันฝึกมาด้วยตัวเอง
ชายชราผู้นี้พลังฝึกปรือบรรลุถึงขอบเขตจินเซียนตะวันน้ำเงิน ซึ่งเหนือกว่าเหมียวไหลหลงที่เป็นแค่จินเซียนตะวันเขียวขั้นหนึ่ง นอกจากนี้วรยุทธ์อมตะรวมถึงเวทย์พลังที่เชี่ยวชาญก็มีระดับสูงกว่าเหมียวไหลหลงทั้งสิ้น เช่นนั้นการฆ่าเหมียวไหลหลงจึงนับเป็นเรื่องราวอันง่ายดายสำหรับมัน…
เรียกว่าในเมืองเฉวี่ยโยว ชายชราคนสนิทของหลิ่วเฟิงกู่ผู้นี้ ก็มีพลังฝีมือเป็นรองแค่หลิ่วเฟิงกู่ผู้เดียว
“ไม่รู้…ในอีกครึ่งปีหลังจากนี้พลังฝึกปรือของมันจักก้าวหน้าขึ้นได้อีกหรือไม่ จะสามารถทะลวงถึงเซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วงได้ทันไหม…”
หลังชายชราจากไปแล้ว หลิ่วเฟิงกูก็หันกลับไปมองทิศทางที่ตั้งของสวนด้านหลัง พลางกล่าวพึมพำเบาๆ
‘มัน’ ที่หลิวเฟิงกู่เอ่ยถึงคือต้วนหลิงเทียนเป็นธรรมดา
“แต่…เรื่องเช่นนั้นคงเป็นไปมิได้ เพราะมันก็พึ่งทะลวงถึงเซียนอมตะสวรรค์จันทร์ครามมาได้ไม่ถึงเดือนดี…”
หลังจากคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง หลิ่วเฟิงกู่ก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา เพราะรู้สึกว่าเรื่องแบบนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้เลย…