ทันใดนั้นคล้ายนึกอะไรขึ้นได้สองตาของหลิ่วเฟิงกู่อยู่ดีๆก็ฉายประกายเยียบเย็นออกมาวูบวาบ “หากเหมียวไหลหลงมันรู้เรื่องที่ข้าไม่คิดแย่งชิงวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังของต้วนหลิงเทียน ทั้งข้ายังสงวนสิทธิ์ไปยังจวนผู้ว่าให้ต้วนหลิงเทียนแบบนี้ มันไม่พ้นต้องบังเกิดความไม่พอใจแน่…”
“บางทีต่อหน้าข้ามันคงไม่กล้าฮึดฮัดอะไร แต่ไม่พ้นลับหลังข้า มันต้องพยายามสร้างปัญหาให้ต้วนหลิงเทียนไม่หยุดหย่อนแน่…”
“กระทั่ง…ยังมีความเป็นไปได้สูงนักที่มันจะออกเดินทางจากเมืองเฉวี่ยโยวไปยังเมืองประจำมณฑลจิ่วโยวเพื่อเผยแพร่เรื่องราวของต้วนหลิงเทียน โดยเฉพาะสิ่งที่ต้วนหลิงเทียนครอบครอง…”
“เช่นนั้นข้าจึงอยากให้ท่านคอบจับตาดูมันเอาไว้ให้ดี…หากมันเผยทีท่าว่าจะเดินทางออกจากเมืองเฉวี่ยโยวเพื่อไปยังเมืองประจำมณฑลเมื่อใด ขอให้ท่านฆ่ามันทิ้งทันที ทั้งตัดรากถอนโคนเสียให้สิ้น…จะน้องสาวมันหรือน้องเขยอย่างหยางกงผิงก็ดี อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว…”
พูดถึงท้ายประโยคเสียงของหลิ่วเฟิงกู่ยิ่งมาก็ยิ่งอำมหิตนัก “หากมันกล้าคิดกระตุกขาหลังต้วนหลิงเทียน จนส่งผลให้เรื่องล้างแค้นเฉียนเอ้อของข้าต้องเสียไปล่ะก็…ข้าก็ได้แต่ลืมเรื่องดีๆที่มันเคยกระทำเพื่อข้าในกาลก่อนไปเท่านั้น!”
“ข้าทราบ”
ชายชราพยักหน้าเบาๆ จากนั้นร่างก็วูบหายไปอีกครั้ง ทำราวกับคนอันตรธานหายไปในอากาศจริงๆ