หลิ่วเฟิงกู่คร้านเสียเวลากล่าวถึงเรื่องนี้สืบไป มันหันมองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง เร่งกล่าวถามออกมาว่า “แม่ทัพต้วนหลิงเทียน ข้าได้พูดเรื่องที่ต้องพูดไปหมดแล้ว…ตอนนี้ ท่านคิดจะทำข้อตกลงกับข้าหรือไม่?”
“ในเมื่อท่านเจ้าเมืองอุตส่าห์ยอมลงให้ข้าถึงขนาดนี้ หากข้ายังไม่รับปากอีก ไม่ใช่ว่าข้าเป็นคนจิตใจคับแคบเกินไปหน่อยหรือ…ว่าแต่ ในเมื่อท่านกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นการทำข้อตกลง ไม่ทราบว่าท่านจะให้ผลประโยชน์อันใดกับข้า?”
เนื่องจากหลิ่วเฟิงกู่ได้เอ่ยเรื่องที่เขาสามารถพิจารณาด้วยตัวเองว่าคนๆนั้นสมควรฆ่าหรือไม่ หลังไปถึงจวนผู้ว่าการประจำมณฑลแล้ว และหากคนผู้นั้นไม่สมควรตายจริง เขาเลือกที่จะไม่ฆ่าก็ไม่ถือว่าเป็นการผิดข้อตกลง ต้วนหลิงเทียนก็บังเกิดความโล่งใจไม่น้อย จึงสามารถยอมรับได้
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็สงสัยอยู่บ้าง
ว่าเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวผู้นี้วางแผนจะมอบอะไรให้เขา…
“สิ่งที่ข้าสามารถให้เจ้าได้ ก็คือสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะที่ดีที่สุด รวมถึงทรัพยากรบ่มเพาะที่ดีที่สุดตลอดระยะเวลา 6 เดือนหลังจากนี้…”
สองตาหลิ่วเฟิงกู่ทอประกายวาบหนึ่ง เอ่ยขึ้น
“ท่านเจ้าเมืองคิดมอบสถานที่บ่มเพาะส่วนตัวของท่านให้ข้าใช้งั้นหรือ?”
พอได้ฟังสองตาต้วนหลิงเทียนก็เรืองวาบขึ้นมาทันทีเช่นกัน เพราะนี่หมายความว่าเขากำลังจะได้เข้าใช้สถานที่ๆมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะดีที่สุดในละแวกเมืองเฉวี่ยโยว!