“เช่นนั้น…เพียงรออีกครึ่งปี ให้เจ้าเดินทางไปยังจวนผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยว และไปสืบความว่าเรื่องราวที่ข้าเล่านั้นเป็นความจริงหรือเท็จ รวมถึงคนผู้นั้นสมควรตายแล้วจริงๆหรือไม่ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องสนใจเรื่องข้อตกลงเป็นการชั่วคราว โดยไม่ถือว่าผิดข้อตกลงระหว่างเราเป็นอย่างไร?”
หลิ่วเฟิงกู่กล่าว
“ครึ่งปี? จวนผู้ว่า?”
ต้วนหลิงเทียนสงสัย
“หนึ่งเดือนที่แล้วข้าได้รับคำสั่งโดยตรงมาจากจวนผู้ว่าการประจำมณฑล…ทางนั้นข้อให้พวกเราส่งรุ่นเยาว์ที่มีศักยภาพสูงสุดในเมืองเฉวี่ยโยวไปยังจวนผู้ว่า 2 คน โดยทางจวนผู้ว่าจะส่งมือดีมารับหน้าที่คุ้มกันตัวรุ่นเยาว์ไปโดยเฉพาะ! อันที่จริง เรื่องนี้ต่อให้ทางจวนผู้ว่าไม่ได้แจ้งรายละเอียดอันใดมาเพิ่มเติม…แต่ข้าเดาได้ว่าสมควรเกี่ยวข้องกับ พระราชวังฉิน!”
ขณะกล่าวถึงท้ายประโยค สองตาหลิ่วเฟิงกู่ก็ทอประกายเจิดจ้าขึ้นมา
“พระราชวังฉิน?”
คิ้วต้วนหลิงเทียนเลิกขึ้นทันใด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินคำว่า พระราชวังฉิน ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่ามณฑลจิ่วโยวนั้น เป็นแค่ 1 ในมณฑลที่อยู่ภายใต้การปกครองของพระราชวังฉินเท่านั้น นอกจากมณฑลจิ่วโยวแล้วก็ยังมีมณฑลอื่นๆอีกมากมาย
“เรื่องนี้พอเจ้าไปถึงจวนผู้ว่าแล้ว เจ้าสมควรได้รับทราบรายละเอียดเอง”