“สุดท้ายถึงแม้ชายคนนั้นจะรอดชีวิตมาได้…แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ในจวนผู้ว่าของมณฑลจิ่วโยวสืบไป…”
กล่าวถึงจุดนี้ หลิ่วเฟิ่งกู่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง
หากแต่ดวงตาที่มองจ้องไปยังขอบฟ้าอย่างเลื่อนลอย บัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเพราะเส้นโลหิตฝอยปริแตก ยังเผยเจตนาฆ่าฟันอันน่ากลัว!
“หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ คนที่มีอำนาจเป็นรองก็แต่ผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยวนั่น นับว่าสมควรตายแล้ว…”
ต้วนหลิงเทียนที่ฟังอยู่ย่อมเดาได้เป็นธรรมดาว่า ‘ชายคนนั้น’ ที่หลิ่วเฟิ่งกู่พูดถึง ก็คือตัวของหลิ่วเฟิงกู่เอง
“แต่ว่า…”
อย่างไรก็ตามแม้เรื่องราวที่หลิ่วเฟิงกู่เล่าออกมา คนในจวนผู้ว่าการประจำมณฑลจิ่วโยวนั่นจะสมครตาย…
แต่ผู้ใดจะไปรู้…ว่าทั้งหมดใช่หลิ่วเฟิงกู่แต่งเรื่องขึ้นมาเองหรือไม่?
ถึงแม้สีหน้าท่าทีและอารมณ์คับแค้นที่หลิ่วเฟิงกู่เผยออกมาแต่ต้นจนจบจะไร้พิรุธ แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่กล้าฟันธงเต็มสิบส่วนว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดโกหก!
“ตัวข้าย่อมทราบถึงความกังวลใจของแม่ทัพต้วนหลิงเทียนดี…”
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะหยุดไว้ตรงคำ ‘แต่ว่า’ ไม่ได้เอ่ยออกมาจนจบ แต่หลิ่วเฟิงกู่ก็สามารถเดาความในใจต้วนหลิงเทียนได้ออก จึงกล่าวเสริมออกมาต่อทันทีว่า