เพราะสุดท้ายแล้วหากมันเอาเรื่องนี้มาฟ้อง สุดท้ายก็ไม่ต่างจากพากันล่มจมไปด้วยกันทั้งคู่
เหมียวไหลหลงได้ฝ่าฝืนกฏ และส่งมอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับเหลืองให้เขา จึงไม่ต่างอะไรกับเขากุมเส้นชีวิตของมันไว้ในกำมือ เว้นเสียแต่เหมียวไหลหลงจะคุ้มคลั่ง ถึงขั้นยอมเป็นหยกแหลกลาญไม่ขอเป็นกระเบื้องสมบูรณ์แล้วจริงๆ มันถึงจะเอาไปฟ้อง…
“เหมียวไหลหลงทำงานรับใช้ข้ามาหลายปีแล้ว ข้าย่อมล่วงรู้นิสัยใจคอของมันเป็นอย่างดี”
หลิ่วเฟิงกู่กล่าวสืบต่อ “หากไม่ใช่เพราะมันไปลงมือต่อเจ้าแล้วแพ้พ่ายเจ้ามา…ด้วยนิสัยของมัน ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มันไม่มีทางเลิกราเรื่องนี้ง่ายๆแน่นอน”
“เพียงแค่ข้าเองก็อยากรู้ไม่น้อย…เพราะปกติแล้วถึงมันจะพ่ายแพ้แก่เจ้า มันไม่พ้นวิ่งโร่มาหาข้าเพื่อขอคำอธิบายแน่ เพราะสุดท้ายต่อให้ข้าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า ก็ยังมีมณฑลจิ่วโยวอยู่เบื้องหลังข้า! ทว่าข้าไม่คิดเลยว่าตอนที่ได้พบมัน ไม่เพียงแต่มันจะไม่ฟ้องเรื่องนี้ แต่ยังเป็นคนพูดเองว่าไม่คิดเอาเรื่องเจ้าอีกต่อไป…”
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ หลิ่วเฟิงกู่ก็มองจ้องต้วนหลิงเทียน ค่อยพูดว่า “หากข้าเดาไม่ผิด…เหมียวไหลหลงน่าจักตกอยู่ในกำมือของเจ้า เพราะเรื่องบางอย่างใช่หรือไม่?”
ได้ยินหลิ่วเฟงกู่เอ่ยถึงเรื่องนี้ ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจอยู่บ้าง
เพราะที่เจ้าเมืองเฉวี่ยโยวพูดออกมา ทำราวกับเห็นเรื่องระหว่างเขากับเหมียวไหลหลงมากับตา