หลิ่วเฟิงกู่กล่าวตอบตามตรง “แต่พอข้าคิดขึ้นมาไม่ทันไร ข้าก็ล้มเลิกความคิดดังกล่าวทันที จากนั้นข้าก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนั้นอีกเลย”
“อ้อ ทำไมเล่า?”
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ว่าหลิ่วเฟิงกู่ระงับความโลภในใจได้อย่างไร
“ก่อนอื่นเลย ตัวข้าไม่มั่นใจว่าข้าจะสามารถเอาชนะเจ้าได้…”
“ประการที่สอง ต่อให้ตัวข้าเอาชนะเจ้าได้จริง…แต่คงยากที่ข้าจะเค้นเอาวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังนั่นออกมาจากปากของเจ้าได้ ขอเพียงเจ้าไม่ปริปากบอกออกมาเสียอย่าง…สุดท้ายข้าก็ทำได้แค่ฆ่าเจ้าทิ้ง”
“และถึงแม้วันนี้พวกเราจะได้พบกันครั้งแรก…แต่อันที่จริง หลังจากที่เฉินเฉวียนป้ารายงานเรื่องที่เจ้าเข่นฆ่าเจี่ยนชิวผิงให้ข้าทราบเมื่อเดือนก่อน ข้าจึงส่งองครักษ์งูทองไปลอบตรวจสอบเจ้าทันที”
“ทำให้ข้ารู้ว่าหลังจากที่เจ้าได้ตำแหน่งแม่ทัพมังกรดำแล้ว แม้เจ้าจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมามากมาย…หากแต่มารยาทคำพูดคำจาตามปกติ ไม่เว้นลักษณะท่าทางไม่ธรรมดาที่เจ้าเผยออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งหมดบอกข้าถึงเรื่องหนึ่ง…เจ้ามิใช่คนธรรมดาและหาได้ง่ายดายไม่!”
“ข้ารู้สึกว่าต่อให้ข่มขู่บีบคั้นเจ้าให้ตาย แต่ขอเพียงเจ้าไม่ยินยอมเสียอย่าง ข้าก็ไม่มีวันได้รับวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังทั้งหมดที่เจ้ามีแน่นอน”
หลิ่วเฟิงกู่พูดเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา