ถึงแม้ในใจจะตกใจจนไร้คำพูด และไม่ทราบว่าไฉนเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวถึงปฏิบัติกับต้วนหลิงเทียน แม่ทัพของกองทัพมังกรดำมันอย่างเกรงใจมากมารยาทขนาดนี้ แต่เฉินเฉวียนป้าก็เร่งขานรับออกไปทันที
“ข้าออกจากการปิดด่านแล้ว“
แต่ในขณะที่หล่วเฟิงกู่กกำลังจะเหินร่างจากไปนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนพลันก้าวเดินออกมาจากกระโจม และก็หันไปสบสายตากับหลิ่วเฟิงกู่ทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นหลิ่วเฟิงกู่
อย่างไรก็ตามคนอื่นในที่นี้เขารู้จักหมด เช่นนั้นก็ไม่ยากที่จะบอกว่าคนไหนคือเจ้าเมืองเฉวี่ยโยว หลิ่วเฟิงกู่
“เจ้าเมือง”
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ากล่าวคำทักทายออกไปด้วยทีท่าเป็นกันเอง แต่ต้นจนจบไม่ได้ทักทายหลิ่วเฟิงกู่ด้วยทีท่าราวกับผู้น้อย หากแต่ทักทายหลิ่วเฟิงกู่ดวยท่าทีเท่าเทียม
แต่ในขณะที่เสียงทักทายต้วนหลิงเทียนดังจบคำ และหลิ่วเฟิงกู่ก็คลี่ยิ้มบางๆเตรียมตอบรับคำทักของต้วนหลิงเทียนนั้นเอง
“โอหัง!”
“บังอาจ!!”
“ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ!!”
“ต่อหน้าใต้เท้าเจ้าเมือง เจ้ายังกล้าใช้ท่าทีหยาบคายเช่นนั้นหรือ!?”
ไม่ทันที่หลิ่วเฟิงกู่จะได้พูดคำใด แม่ทัพของกองทัพมังกรดำอย่างหู่จี๋กับไช่เหวินอวี้ ก็หันขวับไปจับจ้องต้วนหลิงเทียนตาดุ ตะโกนออกมาเสียงเย็นสอดรับกันอย่างเข้าขา ประหนึ่งกำลังตำหนินักโทษอาชญากรรมร้ายแรง!
ในหัวของพวกมันตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น