เหมียวไหลหลงคล้ายทราบแต่แรกว่าสักวันต้องถูกถามเรื่องนี้ ทำให้ทันทีที่หลิ่วเฟิงกู่กล่าวถามจบคำ มันก็ตอบกลับมาทันที “ข้าทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว…แต่เรื่องทั้งหมดเป็นน้องเขยข้า หยางกงผิง กระทำผิดต่อผู้อื่นเขาก่อนจริงๆ”
“ต่อให้มันเป็นฝ่ายผิดต่อผู้อื่นเขาก่อน…ทว่าการลงมือของแม่ทัพต้วนหลิงเทียนคนนั้นมิใช่ทำเกินไปหน่อยหรือ เจ้าทนรับเรื่องนี้ได้จริงๆ?”
หลิ่วเฟิงกู่หยีตาถามออกด้วยรอยยิ้ม
มันไม่อาจรู้นิสัยของเหมียวไหลหลิงดีไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่หยางกงผิงไม่ใช่แค่แม่ทัพของเหมียวไหลหลงอย่างเดียว แต่เป็นถึงน้องเขยเหมียวไหลหลงเลยด้วยซ้ำ!
ต่อให้หยางกงผิงเป็นแค่แม่ทัพของเหมียวไหลหลงอย่างเดียวจริงๆ คนอย่างเหมียวไหลหลงก็ไม่มีวันปลอยเรื่องนี้ไปแน่!!
“ข้าเองก็รู้สึกทนไม่ไหว…แต่เพื่อเห็นแก่ผลประโยชน์ของเมืองเฉวี่ยโยวรวมถึงมณฑลจิ่วโยวแล้ว ข้าได้แต่ตัดสินใจว่า ข้าต้องทนรับมันให้ได้!”
เหมียวไหลหลงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงกล้ำกลืน
“เพื่อเห็นแก่ผลประโยชน์ของเมืองเฉวี่ยโยวรวมถึงมณฑลจิ่วโยว?”
หลิ่วเฟิงกู่ตกใจไม่น้อย “ไฉนเจ้าถึงกล่าวเช่นนี้เล่า?”
“ท่านเจ้าเมือง…ท่านรู้หรือไม่ว่า แม่ทัพของกองทัพมังกรดำต้วนหลิงเทียนผู้นั้น เป็นเพียงผู้ที่พึ่งขึ้นมาจากระนาบโลกียะได้แค่เดือนครึ่งเท่านั้น?”
เหมียวไหลหลงกล่าว
“เรื่องนี้ข้าก็ได้ยินมาบ้าง”