หลิ่วเฟิงกู่กล่าวออกด้วยน้ำเสียงไม่ใสใจ “เมื่อเดือนที่แล้วในเหลาอาหารไหลเฟิ่ง เป็นไป่ฟูฉางของเจ้าคนหนึ่งพูดออกมา…ว่าต้วนหลิงเทียนแม่ทัพของกองทัพมังกรดำนั่น เป็นเพียงผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาเมื่อครึ่งเดือนก่อน นอกจากนั้นยังพูดมาอีกว่าต้วนหลิงเทียนผู้นั้นยังขึ้นมาจากสระกำเนิดเซียนอมตะ!”
“ช่างเหลวไหลสิ้นดี!!”
“เซียนอมตะสวรรค์หน้าใหม่ที่พึ่งออกมาจากสระกำเนิดเซียนอมตะ…จะมีพลังฝีมือร้ายกาจอย่างแม่ทัพต้วนหลิงเทียนผู้นั้นได้หรือ?”
ขณะกล่าวประโยคท้ายหลิ่เฟิงกู่ก็ส่ายหัวไปมา
ผู้ที่พึ่งขึ้นมายังหลิงหลัวเทียน และกลายเป็นเซียนอมตะสวรรค์จันทร์แดง จะไปเป็นตัวตนระดับแม่ทัพของ 1 ใน 2 กองทัพมันได้อย่างไร กระทั่งจะเอาพลังฝีมือที่ไหนไปทำร้ายแม่ทัพคนหนึ่งของกองทัพมังกรเงินจนพิกกลพิการ?
ในความคิดของมันเรื่องแบบนี้เป็นไปไม่ได้เลย!!
“ท่านเจ้าเมือง…ดูเหมือนท่านจะไม่เชื่อเรื่องนี้ใช่หรือไม่?”
เหมียวไหลหลงคลี่ยิ้มขื่นขม
“อะไร? หรือเจ้าเชื่อ?”
หลิ่วเฟิงกู่กล่าวถาม
“ท่านเจ้าเมือง…ถึงแม้ในระนาบเทวโลกจักไม่มีการกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เยี่ยงระนาบโลกียะ…และข้าคงมิอาจใช้ทรัพสมบัติใดๆกระทั่งชีวิตของข้าเป็นหลักประกันเพื่อให้ท่านเชื่อเรื่องนี้…”