เหมียวไหลหลงมองไปยังเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวด้วยสายตาจริงจัง กล่าวว่า “แต่ตัวข้าขอหน้าด้านเอาชีวิตของข้าเป็นหลักประกันสักครั้ง! ว่าต้วนหลิงเทียนผู้นั้นเป็นแค่คนที่พึ่งขึ้นสวรรค์และพึ่งมาปรากฏตัวในหลิงหลัวเทียนเราได้แค่เดือนครึ่งจริงๆ!!”
“ในวันนั้นนอกจากไป่ฟูฉางกับสือฟูฉางที่อยู่ในกองทัพของข้าแล้ว ยังมีผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์ในรอบเดียวกับต้วนหลิงเทียนแทบทุกคนที่เห็นมันอยู่ในสระกำเนิดเซียนอมตะ เพราะตัวมันใช้เวลาอยู่ในสระนานกว่าใครเขา…หากท่านเจ้าเมืองห่วงเรื่องที่ข้าจะสั่งคนของข้าให้รวมหัวกันโป้ปดต่อท่าน ท่านเพียงไปตามตัวผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์ในรอบเดียวกับต้วนหลิงเทียน และเห็นต้วนหลิงเทียนในสระ มาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงได้…”
หลังกล่าวรับประกันจบ เหมียวไหลหลังยังกล่าวชี้แนะออกมา
“ไหลหลง เจ้ารับใช้ข้ามาหลายปี…ข้าไหนเลยจะไม่เชื่อที่เจ้ากล่าว”
พอเห็นว่าเหมียวไหลหลงเอาจริงเอาจังถึงขั้นกล่าวแนะนำให้มันไปตามตัวผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาตรวจสอบข้อมูล หลิ่วเฟิงกู่ก็หวั่นไหวเล็กน้อย “แต่ข้าถามตรงๆ ตัวเจ้าเองยังคิดว่าเรื่องนี้สามารถเป็นไปได้ด้วยเหรอ? เซียนอมตะสวรรค์หน้าใหม่ที่พึ่งขึ้นมายังหลิงหลัวเทียน กลับมีพลังฝีมือร้ายกาจถึงขั้นเอาชนะตัวตนระดับแม่ทัพคนหนึ่งได้ง่ายดายจริงๆ?”