“ผู้บัญชาการเฉิน ตอนนี้ข้าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการบ่มเพาะ…หากเหมียวไหลหลงนั่นไม่มาเคาะประตูบ้าน ขออย่าได้มารบกวนข้าบ่มเพาะอีก…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงขาดความอดทนกระทั่งยังแทบจะเป็นคำสั่ง!
ได้ฟังวาจากล่าวคำด้วยน้ำเสียงรำคาญแกมสั่ง! ผู้บัญชาการกองทัพมังกรดำเฉินเฉวียนป้าที่ยืนอยู่หน้ากระโจมต้วนหลิงเทียนถึงกับชักหน้าเหวอไปอยู่นานกว่าจะคืนสติ…
น้ำเสียงรำคาญแกมสั่งของต้วนหลิงเทียน ทำให้เฉินเฉวียนป้ารู้สึกว่าเรื่องราวมันเข้าอีหร็อบ ‘ฮ่องเต้ไม่กังวล ขันทีเป็นกังวล’ อย่างไรก็ไม่ทราบ…
‘แม่ทัพต้วนหลิงเทียนผู้นี้จริงๆเลย…’
ถึงแม้จะรู้สึกไร้คำจะพูดอยู่บ้าง แต่ในเมื่อต้วนหลิงเทียนได้กล่าวเอาไว้ชัดเจนแล้วว่าอยู่ในช่วงสำคัญของการบ่มเพาะ เช่นนั้นเฉินเฉวียนป้าจึงไม่คิดรบกวนอีกต่อไป
‘แต่…หากจะว่ากันตามปกติ ป่านนี้เหมียวไหลหลงนั่นสมควรมาอาละวาดแล้วนี่นา…’
หลังฉุกคิดได้ถึงเรื่องนี้เฉินเฉวียนป้าก็รู้สึกว่าเรื่องราวมันมีอะไรผิดปกติพิกล ‘เป็นไปได้หรือไม่…ที่เหมียวไหลหลงนั่นมันไม่คิดมาอาละวาดที่ค่ายมังกรดำของข้าก่อน แต่บุกไปฟ้องร้องกับท่านเจ้าเมืองเลย?’
เฉินเฉวียนป้าในตอนนี้ กระทั่งให้หลับยังไม่อาจฝันถึง