เสียงเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจของเหมียวไหลหลงดังขึ้นเขาหูต้วนหลิงเทียน ทำราวกับมันเป็นฝ่ายกำชัยไว้แน่นอนแล้ว!
“ใครจะแพ้…ยังไม่แน่นักหรอก”
แต่พอเสียงมั่นใจของเหมียวไหลหลงดังจบไม่ทันไร ต้วนหลิงเทียนที่แต่เดิมแลดูจริงจังก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที
“หืม!?”
พอได้ยินเสียงกล่าวกลั้วหัวเราะของต้วนหลิงเทียน ทั้งเห็นรอยยิ้มบางๆที่คลี่กางบนใบหน้าต้วนหลิงเทียน ในใจเหมียวไหลหลงพลันบังเกิดสังหรณ์อัปมงคลขึ้นมาทันใด ‘อะไร…หรือไอหนูนี่มันยังมีดีอะไรอีก’
“ฮึ่ม! เสแสร้งแสดงลึกลับ!!”
ถึงแม้ในใจจะบังเกิดสังหรณ์อัปมงคลจนนหวั่นๆ แต่เหมียวไหลหลงยังคงปากแข็ง กล่าวโพล่งออกมาราวกับต้วนหลิงเทียนก็แค่กำลังแสดงวางมาดลึกลับ!
“อ้อ…หรือว่า…ลูกน้องเจ้าไม่ได้กล่าวเตือนเอาไว้ ว่าอย่าได้ใช้ศาสตราเซียนอมตะต่อหน้าข้า?”
ร้อยยิ้มบางๆบนใบหน้าต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสยะในฉับพลัน!
และขณะเดียวกันนั้นเองกระบี่เล่มเขื่องที่เกิดจากรังสีกระบี่นับพันๆผสานเป็นค่ายกล ก็ได้เปล่งกลิ่นอายพลังลี้ลับขุมหนึ่งออกมาอย่างพอดิบพอดี พลังลี้ลับดังกล่าวยังกำจายออกไปเป็นวง กินอาณาบริเวณกว้างขวางในชั่วพริบตา!
“หมื่นศาสตราสยบ!!”
กลิ่นอายพลังลี้ลับดังกล่าวแน่นอนว่าได้ปกคลุมร่างเหมียวไหลหลงรวมถึงดาบเซียนอมตะในมือมันเอาไว้ด้วย