กับหยางกงผิงนั่น อาศัยแค่เศษพลังก็ทุบตีอีกฝ่ายให้ตายตกได้ง่ายๆ…
อย่างไรก็ตามกับผู้บัญชาการของกองทัพมังกรเงินที่เป็นสามีของพี่สาวแท้ๆหยางกงผิงนั่น มันยากจะบอกได้…
“ข้ารู้ว่าควรทำยังไง”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยตอบถงเจิ้งเสียงเรียบ
แต่ต้นจนจบสีหน้าของต้วนหลิงเทียนยังไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย แลดูไม่ยินดียินร้ายอะไร
และไม่นานต้วนหลิงเทียนกับถงเจิ้งก็มาถึงเมืองเฉวี่ยโยว
หลังเข้ามาในเมืองเฉวี่ยโยวแล้ว ต้วนหลิงเทียนที่ในใจคุกรุ่นไปด้วยโทสะพร้อมปะทุ ก็เดินตามถงเจิ้งไปถึงหน้าประตูเหลาอันใหญ่โตแห่งหนึ่งของเมืองเฉวี่ยโยว
แผ่นป้ายเหนือประตูหน้าเหลามีอักษร ‘ไหลเฟิ่งเฉี่ยวโหลว’ สลักเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจง
อักษรทั้ง 4 ตัวเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอันเข้มแข็ง เห็นชัดว่าเป็นลายมือบุรุษอันทรงพลังคนหนึ่ง
และตอนนี้เบื้องหน้าเหลาไม่ว่าจะบนฟ้าหรือบนดิน ก็มีผู้คนมาออมุงกันหนาตา ต่างชะเง้อมองเข้าไปภายในเหลา ทำราวกับกำลังชมเรื่องราวอันน่าสนุกสนานอะไรอยู่
“มาแล้ว! เจ้านั่นพาคนมาแล้ว!!”
“หืม! ใช่จริงๆด้วย! ไป่ฟูฉางของกองทัพมังกรดำที่กลับไปก่อนหน้าพาคนมาแล้ว!!”
“ชายหนุ่มในชุดสีม่วงข้างๆมันน่ะหรือ…คือแม่ทัพคนใหม่ของกองทัพมังกรดำ?”
…
เมื่อหลายคนสังเกตเห็นถงเจิ้งและจดจำมันได้ ก็ร่ำร้องออกมาเสียงดัง ดึงความสนใจของผู้คนที่ออมุงหน้าเหลาให้หันมามองทันที และในที่สุดคนหน้าเหลาก็แลเห็นถงเจิ้งกับต้วนหลิงเทียนที่กำลังเดินมา