“เฮ่ เจ้าไม่ได้ยินที่แม่ทัพต้วนพูดเมื่อกี้รึไง…ท่านแม่ทัพก็บอกเองว่ามาเพื่อหาสถานที่บ่มเพาะ! อย่างไรเสียในละแวกเมืองเฉวี่ยโยวของพวกเรา หากไม่ใช่จวนเจ้าเมืองก็มีแต่ค่ายทัพมังกรดำของพวกเรา กับค่ายทัพมังกรเงินเท่านั้นที่มีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะดี ”
“พอเจ้าพูดถึงพวกทัพมังกรเงินขึ้นมา…ข้าอยากรู้จริงๆ ถ้าพวกทัพมังกรเงินมันรู้ว่าทัพมังกรดำของพวกเรามีแม่ทัพที่พลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าท่านผู้บัญชาการ พวกมันจะทำหน้าอย่างไรกัน! น่าดูยิ่ง!!”
“ฮ่าๆๆ นั่นสิ ช่างน่าดูยิ่ง!”
…
จากนั้นหุบเขาเทพสงครามก็เต็มไปด้วยเสียงคุยเซ็งแซ่ปานตลาดสด แต่ละคนจ้อกันอย่างสนุกสนานไม่คิดจะรีบร้อนกลับ ยากจะหาความสงบอยู่นาน
หัวข้อที่พวกมันพูดคุยก็วนเวียนอยู่กับแม่ทัพคนใหม่ของพวกมัน
ส่วนด้านเฉินเฉวียนป้าผู้บัญชาการทัพมังกรดำที่ออกจากหุบเขาเทพสงครามมาแต่แรกนั้น ตอนนี้ได้ออกนอกเขตค่ายทัพมังกรดำเข้าสู่เมืองเฉวี่ยโยว มุ่งตรงไปยังจวนเจ้าเมือง…
มันไปเข้าพบเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวทันที
เจ้าเมืองเฉวี่ยโยวนั้นมีนามว่า หลิ่วเฟิงกู่
ในตอนที่เฉินเฉวียนป้ามาขอเข้าพบมันก็กำลังบ่มเพาะพลังอยู่ หากแต่ไม่ได้ปิดด่าน
พอรู้ว่าเฉินเฉวียนป้ามาหา มันก็หยุดการบ่มเพาะพลังและออกมาพบเฉินเฉวียนป้าทันที
“เฉินเฉวียนป้า เจ้ามาหาข้าถึงที่นี่ได้…มีเรื่องอะไรหรือ?”