หลังจากลาจ้าวต่งชิ่งกับฉินอวี่แล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เหลือบมองเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาเขาก่อนพยักหน้าให้พวกมันที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาตื่นเต้น ค่อยเหินร่างออกจากหุบเขาเทพสงครามไป
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ต้วนหลิงเทียนพึ่งจากไปได้ไม่ทันไร หู่จี๋กับไช่เหวินอวี้ ก็เร่งเหินร่างจากไปทันที
เพราะสุดท้ายแล้วตอนนี้พวกมันก็ตกอยู่ในสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อนัก!
พวกมันเป็นฝ่ายเข้าไปทักต้วนหลิงเทียนก่อน กระทั่งยังใช้ทีท่าประจบประแจง
แต่ต้วนหลิงเทียนไม่แม้จะชายตาแลมอง
ซ้ำร้ายถึงพวกมันจะหงุดหงิดไม่พอใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน พวกมันก็ไม่กล้าเผยออกมาให้เห็น
เมื่อได้เห็นพลังฝีมือเมื่อครู่ของต้วนหลิงเทียน พวกมันก็รู้ดีว่าต้วนหลิงเทียนไม่ใช่ตัวตนที่พวกมันจะตอแยล่วงเกินได้!
และหลังจากที่แม่ทัพจ้าวต่งช่งกับฉินอวี่ก็พากันเหรินร่างกลับตาม ในหุบเขาเทพสงครามก็ดังกระหึ่มขึ้นมาด้วยบทสนทนาอันคึกคัก
“มารดามันช่างเหลือเชื่อนัก! ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่ทัพต้วนหลิงเทียนของกองทัพมังกรดำพวกเราจะมีพลังฝีมือสูงส่งขนาดนี้! ข้าว่าพลังฝีมือแม่ทัพต้วนไม่ได้ด้อยไปกว่าท่านผู้บัญชาการเลยด้วยซ้ำ!”
ไป่ฟูฉางคนหนึ่งเริ่มโพล่งเปิดประเด็นออกมาอย่างคึกคัก
และวาจาดังกล่าวของมันก็ได้รับการเห็นชอบจากผู้คนมากมาย
“ใช่ๆ!”
“ตอนนี้ข้าสงสัยอยู่อย่าง…ด้วยพลังฝีมือระดับนี้ของแม่ทัพต้วน เขาจะมาที่กองทัพมังกรดำพวกเราทำอะไร?”