“ข้าไม่ทราบจริงๆว่าเซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วงอย่างเจ้า ไปเอาความกล้ามาแต่ที่ใดถึงกล้าพูดให้ข้าเจี่ยนชิวผิงคนนี้เลิกคิดไปเอง!”
เจี่ยนชิวผิงมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงยังดุร้ายหนักแน่น
ส่วนต้วนหลิงเทียนยังคงมองเจี่ยนชิวผิงด้วยสายตาไม่แยแส คล้ายไม่ได้เห็นเจี่ยนชิวผิงอยู่ในสายตา คนลอยร่างสงบนิ่งไม่ไหวติงราวรูปปั้น
“แต่ต้องพูดเลยว่าเจ้าต้วนหลิงเทียนนับว่ามีดีอยู่ท่าสองท่าจริงๆ…อย่างน้อยในเวลาอันสั้นเจ้ากลับสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าออกมาปกป้องเจ้าได้ขนาดนี้ ทำถึงขั้นกล้าให้พวกมันแพร่ข่าวลวงไปทั่ว ว่าเจ้าไม่ใช่เซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วงธรรมดา และความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนเจ้า ยังไม่อ่อนด้อยไปกว่าข้าเจี่ยนชิวผิงผู้นี้!”
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยังไม่สนใจมันแม้แต่น้อย สีหน้าของเจี่ยนชิวผิงก็มืดดำราวจะคั้นได้เป็นน้ำหมึก สุดท้ายมันก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“หืม?”
ได้ยินคำพูดดังกล่าวของเจี่ยนชิวผิง ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะผงะไปวูบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปมองเหล่าทหารกองทัพมังกรดำใต้บัญชาอย่างอดไม่ได้
เพราะเขาไม่คิดเลยว่าทหารเหลานี้จะไปทำอะไรเพื่อเขาตั้งมากมายลับหลัง
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนหันมองมา ไป่ฟูฉางที่ถูกต้วนหลิงเทียนซัดกระเด็นไปก่อนหน้า ก็ก้าวออกมาประสานมือกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคารพว่า