หลังทำความเคารพเฉินเฉวียนป้าเสร็จแล้ว พวกมันก็หันหน้ามองกันเองก่อนจะเห็นถึงความตกตะลึงทั้งเหลือเชื่อ
อย่างไรพวกมันก็เป็นแม่ทัพมานาน เช่นนั้นจึงรู้นิสัยใจคอของเจี่ยนชิวผิง
ด้วยนิสัยของเจี่ยนชิวผิงต่อให้รู้ว่าไม่ใช่คู่มือฉินอวี่ แต่มันก็ไม่มีทางออกปากยอมแพ้แบบนี้เด็ดขาด!
“มีคนบอกว่าที่เจี่ยนชิวผิงมันกล่าวยอมแพ้แบบนี้ อาจเพราะคิดออมแรงไว้ประลองกับต้วนหลิงเทียน และก็ไม่ผิดจริงๆ เพราะตอนนี้มันประกาศออกมาทั่วค่ายมังกรดำ ท้าต้วนหลิงเทียนไปสู้ชิงตำแหน่งแม่ทัพที่หุบเขาเทพสงคราม”
เฉินเฉวียนป้าคล้ายอ่านใจหู่จี๋กับไช่เหวินอวี้ออก จึงกล่าวเพื่อไขข้อสงสัยของพวกมันทั้งคู่ออกมา
“หากคิดออมแรงไว้ก็เป็นไปได้”
หู่จี๋พยักหน้า
“ไม่ใช่ว่า…เจ้าหนุ่มนั่นมันก็เป็นแค่เซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วงหรือไร มันถึงกับต้องออมแรงอะไรแบบนี้เลยหรือ?”
ขณะกล่าวประโยคนี้ ไช่เหวินอวี้ก็หันไปมองกระโจมที่เคยเป็นของหวงจี่ปิ่ง แต่ตอนนี้เป็นของต้วนหลิงเทียนไปแล้ว ด้วยสายตาดูแคลน
“ใต้เท้าผู้บัญชาการ”
ปรากฏร่างออกมาจากกระโจมแม่ทัพอีกหลัง เป็นจ้าวต่งชิ่งหน้านิ่ง มันเร่งเข้ามาทำความเคารพเฉินเฉวียนป้าก่อน ค่อยหันไปมองกระโจมต้วนหลิงเทียน
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่จ้าวต่งชิ่งหันมามอง
พั่บ!
ม่านกระโจมดังกล่าวถูกเลิกขึ้น ก่อนจะปรากฏร่างในชุดสีม่วงค่อยๆก้าวอาดๆออกมาปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฉวียนป้า และแม่ทัพของกองทัพมังกรดำทั้ง 3