ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างกลางฟ้าไม่ไกลจากแนวเทือกเขา พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังวิญญาณฟ้าดินจากพื้นที่เบื้องหน้า ก็อดระบายลมหายใจออกมายืดยาวไม่ได้
‘พื้นที่รอบๆยังขนาดนี้…แล้วกระโจมของผู้บัญชาการที่ตั้งอยู่บนใจกลางสายแร่หินอมตะทั้งมีค่ายกลรวมพลังวิญญาณฟ้าดินเล่า มันจะมีพลังวิญญาณฟ้าดินหนาแน่นขนาดไหนกัน?’
คิดถึงจุดนี้สองตาต้วนหลิงเทียนก็ทอประกายเจิดจ้าปานดวงดาวกลางฟ้ายามค่ำคืน
“เจ้าเป็นผู้ใด! ไฉนกล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตกองทัพมังกรดำของเรา?!”
ในขณะที่สองตาต้วนหลิงเทียนกำลังลุกวาวอยู่นั้น พลันมีเสียงดุดันหนึ่งดังขึ้นก้องฟ้า ดึงความสนใจต้วนหลิงเทียนไปทันที
จากนั้นในสายตาต้วนหลิงเทียนก็แลเห็นร่าง 11 ร่างในชุดเกราะสีดำเหินขึ้นฟ้ามาแต่ไกล และพริบตาก็มาหยุดล้อมเขาเอาไว้
วัยกลางคนในชุดเกราะสีดำคนหนึ่ง ที่คล้ายหัวหน้าของคนทั้ง 11 มองจ้องเขาด้วยสายตาแหลมคม
‘สือฟูฉางแห่งทัพมังกรดำงั้นเหรอ?’
เมื่อมองไปยังสัญลักษณ์บริเวณอกของชายวัยกลางคนดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนหยีตาเล็กน้อย ลอบคาดเดาฐานะของมันในใจ
ไฉนเขาเดาไปแบบนั้น นั่นเป็นเพราะสัญลักษณ์บริเวณอกของชายวัยกลางคนผู้นี้ เหมือนกับสือฟูฉางของทัพมังกรเงินไม่มีผิดเพี้ยน ต่างก็แค่สีชุดเกราะเท่านั้น!
และด้วยข้อมูลที่ได้ฟังมาจากเสี่ยวเอ้อในเหลาอาหาร ก็ไม่ยากที่เขาจะล่วงรู้ฐานะของมัน
“นำข้าไปพบผู้บัญชาการของพวกเจ้า”