‘ผู้หญิงคนนี้…ร้ายกาจมาก!’
ในระหว่างฝ่าด่าน ต้วนหลิงเทียนได้เห็นพลังฝีมืออันร้ายกาจของมู่หรงปิงชัดเจน ซึ่งพลังของนางเป็นอะไรที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับเขาในตอนนี้
ยิ่งไปกว่านั้นหากมู่หรงปิงคิดฆ่าเขาขึ้นมาล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องลงแรงออกกระบวนท่าใดๆด้วยซ้ำ เพียงลงมือส่งๆ แม้กระทั่งอาศัยแค่หนึ่งมองก็ฆ่าเขาให้ตายได้ง่ายๆแล้ว
พลังฝีมือสูงส่งนัก!
เขากับมู่หรงปิงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย!!
วาบ!
เมื่อทิวทัศน์เบื้องหน้าเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าสถานที่ๆเขากับมู่หรงปิงอยู่ได้เริ่มเปลี่ยนไปอีกรอบ และดูเหมือนนี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้าย หลังจากที่เขาผ่านด่านทดสอบด่านสุดท้ายมาได้…
‘มาถึงสุดทางแล้วสินะ’
ก่อนที่สภาพแวดล้อมจะทรงตัว ต้วนหลิงเทียนก็ลอบคาดเดาในใจ
หลังสภาพแวดล้อมทรงตัว ต้วนหลิงเทียนกับมู่หรงปิงก็พบว่าตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะมาปรากฏตัวในโบสถ์หลังหนึ่งที่สุกสกาวไปด้วยแสงสีทองเรืองๆ เป็นแสงสีทองที่สาดส่องออกมาจากพระพุทธรูปทองคำดั่งรัศมีทรงกลด!
แน่นอนว่าข้างๆพระพุทธรูปทองคำปางต่างๆก็มีรูปปั้นสตรีสีทองในอริยาบถต่างๆเช่นกัน เรียกว่าแต่ละคู่ล้วนเป็นท่าสอดใส่ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งบางท่าก็ดูแล้วไม่น่าพิศมัยชวนให้ลองสักเท่าไหร่
ต้วนหลิงเทียนนั้นเห็นมาตลอดทางจนมีภูมิคุ้มกันไปแล้ว
ส่วนมู่หรงปิงนั้น นางไม่เหลือบแลใดๆรอบกายเลย