“เจ้าไช่หมิงอยู่ใต้บังคับบัญชาข้ามาหลายปีแล้ว มีหรือที่ข้าจะสงสัยในคำพูดของเจ้า ที่ข้าอึ้งไปเมื่อครู่เป็นเพราะข้าตกใจจนรู้สึกยากจะรับเรื่องราว จึงต้องให้เจ้ากล่าวตอบย้ำเพียงเท่านั้น…”
สองตาหยางกงผิงทอประกายเรืองวาบ กล่าวว่า “เช่นนั้น…ผู้ที่พึ่งขึ้นมาหลิงหลัวเทียนนั่น สมควรได้รับสืบทอดมรดกจากยอดคนในระนาบเทวโลกเป็นแน่ พลังฝีมือถึงได้สูงล้ำทะยานฟ้ากว่าผู้คนในระดับเดียวกันเช่นนี้”
“มันไม่เพียงแต่จะมียอดสมบัติสวรรค์คุ้มกันวิญญาณ…แต่ยังเชี่ยวชาญวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังระดับสูงอีกด้วย!”
ประโยคต่อมายามกล่าว หยางกงผิงแลดูกระเหี้ยนกระหือรือและบังเกิดความปรารถนาอยากได้อยากมีไม่น้อย
ถึงแม้มันจะเป็นตัวตนขอบเขตพลังจินเซียน และได้ฝึกปรือวรยุทธ์อมตะทั้งเวทย์พลังสายต่างๆครบถ้วน อนิจจาทุกสิ่งที่มันได้ฝึกปรือก็เป็นอะไรที่ดีกว่าระดับทั่วๆไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น…
ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับวรยุทธ์อมตะและเวทย์พลังของผู้ที่พึ่งขึ้นมายังหลิงหลัวเทียนที่ไช่หมิงกล่าวถึงได้เลย!
“แล้ว…เรื่องที่เจ้าบอกว่า ชายหนุ่มผู้นั้นมันสามารถฉกชิงดาบเซียนอมตะของเจ้าไปได้เล่า…ในระหว่างนั้นตัวเจ้าทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูอย่างเดียวหรือ?”
หยางกงผิงกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
“ใช่”
นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ไช่หมิงยังหวาดกลัวไม่หาย
“เจ้าหนุ่มที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาคนนี้…หาได้ง่ายดายไม่!”