“ลองท่านลูกค้าผู้มีเกียรติกล่าวถามออกมาเช่นนี้ ท่านคงมิได้เป็นคนพื้นที่เมืองเฉวี่ยโยวใช่หรือไม่ขอรับ…ในละแวกเมืองเฉวี่ยโยวของเราสถานที่ๆมีสภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะดีที่สุดย่อมเป็นสถานที่บ่มเพาะส่วนตัวของท่านเจ้าเมืองอย่างมิต้องสงสัยเลย เพราะที่นั่นมีมหาค่ายกลรวมพลังวิญญาณฟ้าดินจากใจกลางสายแร่หินอมตะ 2 สายของเมืองเฉวี่ยโยวเรา…กล่าวได้ว่าความหนาแน่นของพลังวิญญาณฟ้าดินที่นั่นมัน…น่ากลัว!”
เสี่ยวเอ้อกล่าวตอบออกมาฉะฉาน “ลำดับที่สองเห็นทีจะเป็นสถานที่บ่มเพาะส่วนตัวของผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงินและมังกรดำ…เพราะกระโจมของผู้บัญชาการทั้ง 2 ก็อยู่ใกล้เคียงกับสายแร่หินอมตะทั้ง 2 ของเมืองเฉวี่ยโยวเรานั่นเอง พอควบคู่ไปกับค่ายกลรวมพลังวิญญาณฟ้าดิน ทำให้มีพลังวิญญาณฟ้าดินหนานแน่นมากเช่นกันขอรับ”
“ถัดมาจากนั้นเห็นทีจะเป็นสถานที่บ่มเพาะของ ‘องครักษ์งูทอง’ ของจวนเจ้าเมือง ซึ่งมันก็ตั้งอยู่ใกล้ๆกับสถานที่บ่มเพาะของท่านเจ้าเมืองเฉวี่ยโยวของพวกเรา”
ขณะที่เสี่ยวเอ้อกล่าวถึง องครักษ์งูทองนั้น แววตาท่าทางของมันฉายให้เห็นถึงความยำเกรงไม่น้อย
ราวกับตัวตนขององครักษ์งูทองเป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับมันอย่างมาก
“องครักษ์งูทองที่เจ้าว่าคืออะไรหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย