ได้ยินวาจาถือดีของต้วนหลิงเทียน ไป่ฟูฉางหนุ่มกระฟัดกระเฟียดนัก ใบหน้ายังเปลี่ยนไปไม่น้อย สายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนยังเย็นลงทุกที
กระทั่งไป่ฟูฉางอีกคนที่เป็นชายวัยกลางคน ก็ชักสีหน้าไม่ค่อยจะอารมร์ดีสักเท่าไหร่ และมันก็มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนออกมาด้วยน้ำเสียงสายตาเย็นชาว่า “เจ้าหนู ในเมื่อเจ้าคิดเช่นนั้น…ก็ให้ข้าดูทีเถอะ ว่าอาศัยเจ้ายังจะมีปัญญาหลบหนีไปภายใต้สายตาของพวกเราทั้ง 2 คนได้อย่างไร!”
“ข้าก็อยากรู้นัก…ว่าหนูตัวจ้อยเช่นเจ้าจักวิ่งหนีได้ไวแค่ไหน!”
ไป่ฟูฉางหนุ่ม กล่าวเย้ยออกมาด้วยรอยยิ้มแสยะ
“ข้าวิ่งได้ไวแค่ไหน?”
ต้วนหลิงเทียนยักคิ้วข้างหนึ่งกล่าวออกด้วยรอยยิ้มว่า “โทษที แต่เกรงว่าข้าคงทำให้พวกเจ้าผิดหวังแล้ว…ถึงความเร็วของข้าไม่น่าจะช้าไปกว่าพวกเจ้าก็จริง แต่ข้าไม่ได้คิดใช้ความเร็วหลบหนีพวกเจ้าแม้แต่น้อย…”
“ตอนนี้ข้าจะไปแล้ว…หากเจ้าคิดจะหยุดข้าก็เชิญ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากจะบอกพวกเจ้าไว้ก่อน หากพวกเจ้าลงมืออะไร ก็อย่าโทษข้าที่ไม่เตือนพวกเจ้าว่าอย่าแส่หาเรื่องแต่แรกแล้วกัน….”
หลังกล่าววาจาประโยคดังกล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็ละสายตาจากพวกมัน ก่อนที่จะลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าอย่างไม่รีบไม่ร้อน
เป็นความเร็วที่สือฟูฉางทั้ง 8 ไม่คิดว่าเร็วอะไรมากมาย
เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าวถึงไป่ฟูฉางที่เหนือกว่าพวกมัน!
“แส่หาเรื่อง?”