แต่ในฐานะบรรพบุรุษของตระกูลกงซุนแล้ว การที่มันเต็มใจตายเพื่อตระกูลแบบนั้น ก็มากพอได้รับความเคารพจากเขา
เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องแบบนั้นก็ไม่ใช่ว่าใครหน้าไหนก็ทำได้
ไม่ต้องกล่าวอื่นไกล เอาแค่กงซุนหงที่เป็นบรรพบุรุษอีกคนของตระกูลกงซุนยังทำไม่ได้
“ข้าก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ซะได้…กระทั่งข้ายังเคยเห็นฉากเรื่องราวจากยันต์บันทึกตอนที่เจ้าฆ่าบรรพบุรุษวังคลื่นสวรรค์…แล้วเจ้านั่นจะไม่เห็นได้อย่างไร”
เซียนหยวนจื่อนึกขึ้นได้
“โอ้ อาวุโสซูหลี่…เป็นเช่นไรบ้าง?”
ขณะเดียวกันเซียนหยวนจื่อก็พบว่าซูหลี่นั้นค่อยๆลืมตาขึ้นมา จึงถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
“ยังอีกไกลกว่าจะตาย”
ซูหลี่ส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่จะหันมองไปทางต้วนหลิงเทียนพลางฉีกยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้กล่าวคำขอบคุณใดๆ
เพราะระหว่างมันกับต้วนหลิงเทียนไม่จำเป็นต้องพูดวาจาไร้จำเป็นพวกนั้นต่อไป
สหายรู้ใจ ไยต้องมากวาจา
…
หลังจากต้วนหลิงเทียนพาซูหลี่กลับมาถึงวังเซียนหยวนพร้อมเวียนหยวนจื่อแล้ว เขาก็พักอาศัยอยู่ในวังเซียนหยวนชั่วคราว
หลังผ่านไปได้ไม่นานนัก เรื่องราวที่เขาไปกระทำไว้ในดาราจักรกู่เฉวียนที่ถูกปกครองโดยตระกูลกงซุนวันนั้น ก็เริ่มแพร่กระจายออกมา
กระทั่งความเร็วในการแพร่กระจายของเรื่องราคราวนี้ ยังเร็วกว่าตอนที่ต้วนหลิงเทียนฆ่าบรรพบุรุษวังคลื่นสวรรค์เสียอีก!
สาเหตุที่ไฉนเป็นแบบนั้น เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตระกูลกงซุน!