ทำให้ตอนนี้สมาชิกของตระกูลกงซุนที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการใช้ตัวประกันขู่ต้วนหลิงเทียนของกงซุนเวิ่นเทียนก่อนหน้า เริ่มหวั่นไหวขึ้นมาในใจ
“กงซุนเวิ่นเทียน เจ้ายังคู่ควรให้ผู้อื่นยอมรับนับถือว่าเป็นยอดฝีมืออันดับ 1 ในระนาบเหยียนหวงอีกหรือ! นี่เจ้าไม่รู้สึกละอายใจตัวเองบ้างหรือไร ที่ต้องใช้วิธีต่ำช้าไร้ยางอายมาขู่ชายหนุ่มที่อายุไม่ถึงร้อยปีเช่นนี้?”
ด้านเซียนหยวนจื่อหลังได้ยินคำที่กงซุนเวิ่นเทียนใช้ขู่ต้วนหลิงเทียน สีหน้ามันก็มืดดำราวก้นหม้อ จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวค่อนแคะออกมาด้วยน้ำเสียงแดกดัน
มันไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย ว่าเพียงเพื่อครอบครองทักษะพิสดารชิงอาวุธที่ต้วนหลิงเทียนเชี่ยวชาญ กงซุนเวิ่นเทียนกลับไม่ละอายแก่ใจ ด้านหน้าใช้วิธีการต่ำช้าดังกล่าว!
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเซียนหยวนจื่อจะกล่าวแดกดันมันเพียงใด
ทางด้านกงซุนเวิ่นเทียนนั้นราวกับสำเร็จวิชาหนังหน้าเหล็กไหล มันเฉยราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเซียนหยวนจื่อ เพียงมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าสงบราวกับได้ตัดสินใจเรื่องขู่ต้วนหลิงเทียนอย่างเด็ดขาดแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ…!!”
และเมื่อทุกสายตาพากันหันไปมองจจ้องเพื่อรอฟังว่าต้วนหลิงเทียนจะตอบคำอย่างไร ด้านต้วนหลิงเทียนอยู่ๆก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังร่า!
จังหวะนี้กระทั่งเซียนหยวนจื่อยังอดไม่ได้ที่จะชักหน้าเหวอ!
น้องหลิงเทียนมันเสียสติไปแล้วรึ?
ไฉนในเวลาแบบนี้ยังสามารถหัวเราะออกมาได้?