“เจ้าหัวเราะอะไร?”
ใบหน้าที่แต่เดิมสงบนิ่งของกงซุนเวิ่นเทียนนั้น พอเห็นต้วนหลิงเทียนหัวร่อออกมาเป็นบ้าเป็นหลัง ก็เริ่มบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ทันใด สังหรณ์อัปมงคลในใจที่ระงับไว้ก่อนหน้าหวนกลับมาอีกครั้ง!
“ข้าหัวเราะที่เจ้ามั่นหน้าตัวเองเกินไป!”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะของต้วนหลิงเทียนพลันหยุดลง เขาเหลือบมองกงซุนเวิ่นเทียนด้วยสายตาเฉยชา กล่าวออกเสียงเบาว่า
“ซูหลี่เป็นสหายของข้า ตัวข้าไหนเลยจะไม่รู้นิสัยของสหาย…เจ้าเลือกใช้เขามาขู่ข้า ตอนนี้ข้าเชื่อว่าเขายินดีตกตายดีกว่าที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ!!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงตรงนี้ก็หันไปมองซูหลี่
และเมื่อได้ยินวาจาดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน มุมปากซูหลี่พลันยกยิ้มขึ้นมาบางๆ ราวกับจะพิสูจน์ให้ทุกคนรับทราบ ว่าคำพูดดังกล่าว…ต้วนหลิงเทียนไม่ได้พูดเองเออเอง!
“วันนี้เจ้าสามารถฆ่าซูหลี่ได้…”
ทันใดนั้น ต้วนหลิงเทียนพลันละสายตาจากซูหลี่มามองสบตากงซุนเวิ่นเทียน ในแววตายังเผยประกายเย็นชาเรืองวาบ “แต่หลังจากที่เจ้าฆ่าซูหลี่…ข้าต้วนหลิงเทียน จะล้างตระกูลกงซุนของพวกเจ้า! ไม่ว่าอ้ายอีหน้าไหนจะลูกเด็กเล็กแดงทั้งไก่สุนัข ฆ่าไม่ละเว้น!!”
ล้างตระกูล! ฆ่าไม่ละเว้น!!
เรียกว่าทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจาดังกล่าวออกมา ความโกลาหลก็บังเกิดขึ้นแก่ผู้ชมโดยรอบทันที
“ต้วนหลิงเทียนผู้นี้จะไม่หยิ่งผยองไปหน่อยหรือ กล้ากล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้ออกมาได้?”