“มันคิดไปว่า…อาศัยพลังฝีมือที่ทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ และเชี่ยวชาญทักษะประหลาดที่ชิงยอดสมบัติสวรรค์ผู้อื่นใด้แล้วตัวมันจะไร้เทียมทานในใต้หล้า? มันลืมไปแล้วหรือไรจิตวิญญาณมันก็แค่ครึ่งก้าวเซียนอมตะเท่านั้น ต่อหน้าพลังวิญญาณของท่านบรรพบุรุษยังเปราะบางนัก!”
“หรือมันตั้งใจจะตกตายพร้อมท่านบรรพบุรุษ?”
…
ผู้คนในตระกูลกงซุนส่วนใหญ่ล้วนคิดว่าต้วนหลิงเทียนอวดดีเกินไป
มีเพียงไม่กี่คนที่นิ่งสงบ ทั้งมองต้วนหลิงเทียนที่กำลังเผยจิตสังหารอำมหิตอยู่ด้วยสายตาหวาดกลัว ร่างยังสะท้านไปคล้ายมีไอเย็นแล่นวาบจากปลายเท้าจรดศีรษะ!
“เจ้าคิดว่า…ข้าไม่กล้าฆ่ามันจริงๆงั้นหรือ?”
ตอนนี้เอง กงซุนเวิ่นเทียนที่นิ่งเงียบไปพักหนึ่งหลังได้ยินวาจาอำมหิตของต้วนหลิงเทียนก็ฟื้นคืนสติ มันพลิกฝ่ามือเล็กน้อยทั่วร่างซูหลี่ก็สั่นสะท้านไปอย่างแรง และในเวลาไม่กี่ลมหายใจ หน้าซูหลี่ก็ซีดขาวจนไม่เหลือสีเลือด ลมหายใจบางเบาคล้ายตกตายลงได้ทุกเมื่อ!
“เจ้าฆ่าเขาได้…แต่วาจาที่ข้าลั่นออกไปเมื่อครู่ล้วนคำไหนคำนั้น ซูหลี่ตายเมื่อไหร่…ข้าจะล้างบางตระกูลกงซุนของเจ้า”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเสียงเรียบ ขณะกล่าวถึงท้ายประโยคน้ำเสียงยังเย็นลงเล็กน้อย ทำให้ไม่มีใครคลางแคลงความจริงในวาจา
“เช่นนั้น…เจ้าไม่คิดส่งมอบทักษะที่สามารถช่วงชิงยอดสมบัติสวรรค์ได้ออกมาจริงๆ?”
เสียงกล่าวของกงซุนเวิ่นเทียนตอนนี้ ก็คล้ายเจียนหมดความอดทนเต็มที