จากการตรวจสอบของมัน มันจึงได้รู้มาว่าซูหลี่ผู้นี้สมควรเป็นสหายที่ดีที่สุดของต้วนหลิงเทียน และนี่เป็นเหตุผลที่ต้วนหลิงเทียนไม่น่าจะเพิกเฉยความเป็นความตายของซูหลี่ได้ลงคอ…
“เอ่อ…”
“ต้วนหลิงเทียนนั่น มิได้ทำเป็นเข้มและแสร้งทำว่าไม่สนใจหรอกหรือ?”
“เมื่อครู่ท่านบรรพบุรุษแทบจะฆ่าสหายของมันตกตาย…แต่มันกลับไม่แยแสจริงๆ?”
“ดูเหมือนว่าต้วนหลิงเทียนผู้นี้คิดละทิ้งชีวิตสหายแต่แรก…แต่มันคิดจริงๆหรือว่าหลังสหายตกตาย มันจะมีปัญญาฆ่าล้างตระกูลกงซุนให้สหายของมันได้?”
…
เหล่าผู้ชมทั้งหลายที่ลอยล่องอู่ในห้วงอวกาศไม่ว่าจะคนของตระกูลกงวุนก็ดีคนนอกกตระกูลกงซุนก็ดี ตอนแรกทั้งหมดคิดไปว่าต้วนหลิงเทียนแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่ที่แท้ยังห่วงใยชีวิตสหาย
จนเมื่อเห็นว่าการลงมือหลอกล่อของกงซุนเวิ่นเทียนล้มเหลว พวกมันจึงตระหนักได้ว่าต้วนหลิงเทียนไม่ได้เสแสร้งแกล้งดัด!
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางฆ่าสหายของข้าแน่นอน…”
อย่างไรก็ตามเผชิญหน้ากับคำถามด้วยความเหลือเชื่อของกงซุนเวิ่นเทียนคราวนี้ ต้วนหลิงเทียนเลือกที่จะกล่าวตอบออกมาเสียงเรียบแลดูใจเย็น “เจ้าเป็นพวกระวังตัวแจ…เช่นนั้นก่อนที่เจ้าจะยืนยันได้แน่ชัดว่าเจ้าสามารถข้าฆ่าได้จริงๆหรือไม่ เจ้าไม่กล้าฆ่าซูหลี่แน่นอน”
“เพราะเจ้าเองก็กังวลไม่น้อย…ว่าหลังจากที่เจ้าฆ่าซูหลี่ไปแล้วแต่เจ้ากลับไม่อาจฆ่าข้าได้ขึ้นมา ถึงตอนนั้นตระกูลกงซุนของเจ้าก็ถึงกาลอวสาน…”