“เรียนใต้เท้าต้วนหลิงเทียน เรื่องนี้มิใช่ความผิดของท่านบรรพบุรุษเสียทีเดียว…ทั้งหมดเป็นเพราะพวกแพะชราน่าตายแซ่กงซุนทั้ง 2 นั่น มันละโมภคิดครอบครองวรยุทธ์พิสดารที่ใช้ช่วงชิงยอดสมบัติสวรรค์ของท่าน ดังนั้นหลังจากที่อาวุโสซูหลี่กับท่านบรรพบุรุษกลับมาถึงวังเซียนหยวนได้ไม่ทันไร แพะเฒ่าแซ่กงซุนทั้งคู่ที่ว่า…ถึงกับบุกมาทำร้ายท่านบรรพบุรุษถึงหน้าประตู ทั้งชิงตัวอาวุโสซูหลี่ไป…”
“พวกมันจับอาวุโสซูหลี่ไปเพียงเพื่อใช้เป็นตัวประกัน หมายบีบคั้นให้ท่านส่งมอบวรยุทธ์พิสดารนั่นออกไป…”
กล่าวถึงจุดนี้ เซียนหยวนเจิ้งก็กล่าวอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “วันนั้นเพราะท่านบรพบุรุษอีกคนของวังเซียนหยวนเราอย่างท่านบรรพบุรุษเซียนหยวนรุ่ยกำลังปิดด่านบ่มเพาะถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออันสำคัญ และการปิดด่านครั้งนี้ก็เกี่ยวพันกับการเผชิญหน้ากับหายนะทัณฑ์เซียนอมตะเสเพลครั้งที่ 10 อย่างแยกไม่ออก! เช่นนั้นยามวังเซียนหยวนเราเผชิญกับพวกแซ่กงซุนน่าตายนั่น จึงไม่กล้ารบกวนท่านบรรพบุรุษ…”
“อย่างไรก็ตาม แม้วันนั้นท่านบรรพบุรุษเซียนหยวนรุ่ยจะอยู่ด้วย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายมิพ้นอาจจะต้องจบลงเช่นนี้ดุจเดิม…”
“เพราะแพะเฒ่าจากตระกูลกงซุนนั่นคนหนึ่ง มีพลังฝีมือกล้าแข็งถึงขั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์อันดับ 1 ของระนาบเหยียนหวง!”
กล่าวถึงท้ายประโยค เซียนหยวนเจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ตระกูลกงซุน?”