“ใครบอกว่าเจียงผิงอันตาย! ข้าถามจากราชวงศ์ต้าเซี่ยเองกับตัว หามีเรื่องเช่นนี้ไม่ ข่าวโคมลอยชัด ๆ!”
ยามหนิงโหยวได้ยินวาทะอีกฝ่าย ศีรษะก็ปวดหนึบด้วยโทสะอยากชักขวานออกมาสับอีกฝ่ายสักสองสามทีเหลือเกิน
ชายชุดน ้าเงินยิ้มเย้ย
“หึ ๆ ไม่ตายแล้วท าไม? เขาก็ยังถูกสาป ชาตินี้บรรลุกฎเกณฑ์อะไรไม่ได้อยู่ดี ยามนี้ใต้เท้าซือถูยกมือตบทีเดียวเขาก็ตายแล้ว”
“เหลวไหล! เจียงผิงอันจะปลดค าสาปได้ในไม่ช้าก็เร็ว ต่อให้ท าความเข้าใจกฎเกณฑ์มิได้ เขาก็ใช้กายเนื้อบรรลุเซียนได้!”
หนิงโหยวก าขวานที่เอว ปราณขอบเขตแปรเทวะบนร่างแผ่คลุม
“นี่คือเรือเกาะของตระกูลข้า หากกล้าลงมือก็ไสหัวลงจากเรือเหาะล านี้ไปได้เลย!” ผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินเย้ยหยัน
สีหน้าของหนิงโหยวแข็งค้าง มิคาดว่าอีกฝ่ายจะเป็นเจ้าของเรือเหาะระดับสูงล านี้ นางกัดฟันกล่าว “คืนกฎเกณฑ์ให้ข้า แล้วข้าจะไป”
“เกี่ยวอะไรกันเล่า? จะไสหัวก็รีบไสหัวไปสิ”
ดวงตาของผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินเปี่ยมความดูแคลน หาเห็นหัวอีกฝ่ายไม่
หนิงโหยวก าขวานที่เอว กัดฟันพูดขึ้นว่า “เวลาจะให้ค าตอบเจ้าเองว่าผู้ใดแข็งแกร่งที่สุด!”
ว่าแล้ว นางก็หันหลังกลับห้องไป
หนิงโหยวอยากทวงเงินคืนแล้วไปจากเรือเหาะล านี้นัก แต่ก็มิอาจหลับหูหลับตาท าการบุ่มบ่ามได้เนื่องจากราคาค่าเดินทางซึ่งสูงถึงหนึ่งกฎเกณฑ์
ส าหรับยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะที่ไร้ทรัพย์สิน หนึ่งกฎเกณฑ์นับเป็นเงินมหาศาลแล้ว
วาทะของหนิงโหยว ฉางซุนหลงหา