“และอีก 3 วันหลังจากนี้ ช่องทาง ที่เชื่อมระหว่างดินแดนแห่งทวยเทพกับระนาบเทวโลกทั้งมวลก็จะถูกปิดตัวลงไปอีกพันปี…และในช่วงพันปีหลังจากนี้ที่ดินแดนแห่งทวยเทพก็จะมีเรื่องราวสำคัญที่ว่า เช่นนั้นกล่าวได้ว่าเสวี่ยเอ๋อยังปลอดภัยไปสักพัก”
“แต่อย่างไรก็ตาม…หลังจากผ่านไปพันปี เมื่อเรื่องราวบนแดนเทพเข้าที่เข้าทางแล้ว…ไม่พ้นพี่ใหญ่ข้าต้องคิดสะสางเรื่องเก่าๆ และรื้อฟื้นสัญญาวิวาห์แน่…”
“ถึงตอนนั้น…หากเจ้ายังไม่มีพลังสามารถที่คู่ควรกับเสวี่ยเอ๋อให้พี่ใหญ่ข้าเห็น ข้าเกรงว่าเสวี่ยเอ๋อก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันเรื่องนี้ได้ไหวและต้องตบแต่งกับอวิ๋นชิงเหยียนนั่นแน่…”
กล่าวถึงจุดนี้ เซี่ยเจี๋ยก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกซึ้ง
“อาสาม…ท่านหมายความว่า…ข้ามีเวลาเพียงพันปี?”
ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนโง่ เป็นธรรมดาว่าเข้าใจสิ่งที่เซี่ยเจี๋ยจะสื่อได้ทันที
“มิผิด! เจ้ามีเวลาเหลือเพียงพันปีเท่านั้น!”
เซี่ยเจี๋ยพยักหน้า “หากหลังจากนี้อีกพันปีเจ้ายังไม่อาจเป็นที่ยอมรับของพี่ใหญ่ข้าได้…ข้าเกรงว่าเจ้ากับเสวี่ยเอ๋อก็คงสิ้นสุดวาสนากันแต่เพียงเท่านี้แล้ว…”
หนึ่งพันปี…
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะพึ่งมีชีวิตอยู่มาได้ไม่ถึงร้อยปี แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดัน!
เพราะเขารู้ดีแก่ใจ ว่าหากเขาจะทำให้บิดาของเค่อเอ่อยอมรับได้นั้น เกรงว่าถึงจะมีพลังสามารถทัดเทียมกับตัวตนอย่างจักรพรรดิสวรรค์ ก็ไม่แน่ว่าจะพอ!!