เมื่อต้วนหลิงเทียนกล่าวบอกถังเซี่ยวเซี่ยวจบคำ เขาเพียงสะบัดมือเบาๆ ก็หอบหิ้วตู้เวยเหินทะยานออกไปดั่งสายลมกรรโชกหอบหนึ่งโดยที่มันไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อย
เรียกว่าในสายตาของ 3 สาวในชุดบีกินี่ ต้วนหลิงเทียนกับตู้เวยราวกับจะอันตรธานหายไปในอากาศว่างเปล่า!
พวกนางก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกันไปอีกพักใหญ่…
ส่วนอีกด้าน
ฟุ่บ!
ต้วนหลิงเทียนที่หอบหิ้วตู้เวยเหินทะยานขึ้นมา พริบตาก็พามันออกจากชั้นบรรยากาศของโลก และหยุดลงกลางห้วงอวกาศ…
ตู้เวยเองก็ไม่ทันได้รู้เรื่องราวอะไร และมันก็พึ่งได้สติหลังฟังวาจาใหญ่โตของต้วนหลิงเทียน
“แกอย่าโม้ให้มันมากนัก…เก่งจริงก็ลองพาข้าไปดะ…อู”
เรียกว่าพอตู้เวยได้สติ ก็กล่าววาจาท้าทายต้วนหลิงเทียนออกมาทันที ทว่าทันใดนั้นมันก็พึ่งตระหนักได้ว่าสภาพแวดล้อมรอบกายได้เปลี่ยนไป! ต้วนหลิงเทียนตรงหน้าได้หายไปแล้ว และฉากเรื่องราวเบื้องหน้าก็ทำให้มันอดตกตะลึงไปไม่ได้!!
กระทั่งขาของมันก็สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก!
พระเจ้าช่วย!
มัน…ไม่ได้ฝันไปแน่นะ!?
มองไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ลอยเด่นกลางห้วงอวกาศไกลๆ สีหน้าของตู้เวยก็อดไม่ได้ที่จะซีดลงไปในพริบตา!
ขณะเดียวกันมันก็เริ่มก้มลงมองใต้ฝ่าเท้า…
ตอนนี้มันไม่ทราบมาปรากฏตัวในห้วงอวกาศทั้งยังอยู่ดีแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อไม่มียานอวกาศทั้งชุดอวกาศให้มันสวมใส่
และเป็นธรรมดาว่ามันจะรู้แก่ใจดี