เขาไม่ได้ยินคำเรียกหาที่คุ้นเคยและห่างเหินนี้มาเนิ่นนานมากแล้ว…
“หลิงเทียน? ไหงคนที่สตรีนางนั้นพูดถึง…กลับมีชื่อเดียวกับเจ้าเลยเล่า?”
และในขณะที่แววตาต้วนหลิงเทียนกลายเป็นเหม่อลอยคล้ายกำลังคิดถึงเรื่องราวเก่าๆนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหู ทำให้เขาสะดุ้งตกใจและดึงสติกลับมาทันที
“เอ่อ…เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ตอนนี้ค่อยพบว่าถังเซี่ยวเซี่ยวอยู่ที่นี่แล้ว
“เมื่อกี้เอง ดูเหมือนเจ้าจะเหม่อไม่น้อยเลยนะ…”
ถังเซี่ยวเซี่ยวตอบ “ว่าแต่ทำไมเมื่อครู่พอสาวน้อยผมดำนั่นพูดถึงคำราชันทหารรับจ้างหลิงเทียน…เจ้าก็เหม่อไปเลยเล่า กระทั่งข้าเข้ามาใกล้เจ้ายังไม่รู้ตัว?”
กล่าวถึงท้ายประโยคถังเซี่ยวเซี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะหยีตามองจ้องต้วนหลิงเทียนอย่างลึกซึ้ง
เป็นธรรมดาที่ถังเซี่ยวเซี่ยวจะรู้ว่า…
เหตุผลเดียวที่ต้วนหลิงเทียนไม่ทันจับสัมผัสการมาถึงของนางได้ เพราะนางไม่มีจิตคิดมุ่งร้ายอะไร…
ไม่งั้นด้วยประสาทสัมผัสของต้วนหลิงเทียน ต่อให้เหม่อขนาดไหน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้นางเข้าใกล้ได้โดยไม่รู้ตัว
ขณะเดียวกัน ถังเซี่ยวเซี่ยวยังพบด้วยว่าอาการเหม่อลอยของต้วนหลิงเทียน สมควรเกิดจากคำพูดดังกล่าว
ทว่าแม้นางจะพบเบาะแสที่ว่า แต่นางก็สุดที่จะจินตนาการได้ออกจริงๆ
ว่าต้วนหลิงเทียนีท่ลอยล่องอยู่เบื้องหน้า ก็คือราชันทหารรับจ้าง อันดับ 1 ในโลกใต้ดินเมื่อไม่กี่สิบปีที่แล้ว หลิงเทียน!