‘ไม่คิดเลย…ว่าเจ้าหนุ่มหน้าใสที่ยาโถวน้อยเจ้าพากลับมาบ้านผู้นี้จะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้..’
ขณะเดียวกันถังจงยี่ก็ฟื้นคืนสติจากอาการตะลึง มันหันไปมองถังเซี่ยวเซี่ยวก่อน ค่อยหันไปมองต้วนหลิงเทียน อดไม่ได้ที่จะทอดถอนในใจ
และตอนนี้ความไม่พอใจทีมีต่อต้วนหลิงเทียนเล็กน้อยก่อนหน้าก็หายไปไม่มีเหลือ
เพราะมันรู้แล้วว่าต้วนหลิงเทียนอาศัยอะไรถึงได้มีท่าทีสบายๆและเป็นกันเองต่อหน้ามัน
“เซี่ยวเซี่ยว…เจ้าหนุ่มร้ายกาจผู้นี้เป็นชายคนรักของเจ้าจริงๆรึ?”
สุดท้ายถังจงยี่ก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบถามถังเซี่ยวเซี่ยวเสียงเบา
“มิใช่เจ้าค่ะ”
มาตอนนี้ถังเซี่ยวเซี่ยวย่อมรู้ดีว่านางไม่จำเป็นต้องโกหกอะไรสืบต่อ เพราะกล่าวได้ในระดับหนึ่งว่า วิกฤตของนางได้ถูกคลี่คลายลงแล้ว
“น่าเสียดาย…น่าเสียดาย…”
อย่างไรก็ตามพอได้ยินคำปฏิเสธของถังเซี่ยวเซี่ยว ถังจงยี่ก็แลดูผิดหวังอย่างแรง…