ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน ถังเซี่ยวเซี่ยวก็คลี่ยยิ้มบางๆออกมา
มาตอนนี้นางพึ่งตระหนักได้
ไม่ทันรู้ตัวเลย ที่แท้นางได้ลดผ้าที่สวมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้…
ต้องทราบด้วยว่าปกติแล้วนางจะลดผ้าลงก็ต่อเมื่ออยู่กับบรรพบุรุษของนางเท่านั้น
และที่ไฉนต้องใช้ผ้าปิดหน้าเอาไว้ ก็เพื่อป้องกันตัวเอง
“เซี่ยวเซี่ยว!!”
ในขณะที่ถังเซี่ยวเซี่ยวกำลังใจลอยเพราะเรื่องดังกล่าว พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกล
ห่างออกไปไกลตาทิศทางหนึ่งมีร่าง 3 ร่างกำลังรีบร้อนเข้ามายังค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวแห่งนี้ และในพริบตาทั้ง 3 ร่างก็มาถึงเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียนกับถังเซี่ยวเซี่ยว!
ในบรรดาผู้มาใหม่ 3 คน ที่นำหน้าเป็นชายหนุ่มในชุดหรูหราคนหนึ่ง
เบื้องหลังของมันเป็นหนึ่งชายกลางคนและหนึ่งชายชราที่แลดูถือดี
เสียงที่กล่าวเรียกหาเมื่อครู่ เป็นเสียงของชายหนุ่มในชุดหรูหราคนนี้เอง
กึก
ทว่าเมื่อครู่ต้วนหลิงเทียนพบได้ทันที
ว่าในขณะที่เสียงชายหนุ่มดึงขึ้นเข้าหู รอยยิ้มอ่อนๆที่พึ่งคลี่กางบนใบหน้าถังเซี่ยวเซี่ยวได้มลายหายไปทันที มันถูกความเย็นชาเข้ามาแทนที่ ทำราวกับฉายเคลือบไว้ด้วยม่านน้ำแข็งหมายผลักไสผู้คนให้ถอยไปนับพันลี้
เรียกว่าบรรยากาศโดยรอบยังคล้ายลดต่ำลงหลายสิบองศา!
“เซี่ยวเซี่ยวเจ้านี่มันใครกัน?”
สีหน้าชายหนุ่มในชุดหรูหราเปลี่ยนไปทันที เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนยืนอยู่ข้างๆถังเซี่ยวเซี่ยว