สำหรับจางยี่แล้ว ต้วนหลิงเทียนไม่เพียงแต่จะเป็นสหายเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณของมันอีกด้วย
มันยังอยากจะบอกว่าตัวมันไม่ได้รีบร้อนกลับสำนักเทียนซือ แต่จะเดินทางไปพร้อมต้วนหลิงเทียนด้วยกัน จนเมื่อถึงเวลาที่ต้วนหลิงเทียนต้องขึ้นสู่สวรรค์ มันถึงค่อยกลับไปยังสำนักเทียนซือ…
แต่พอลองคิดอีกรอบ มันก็สำเหนียกตัวเองดีว่าพลังฝีมือต้อยต่ำเกินไป แม้จะเดินทางร่วมกับต้วนหลิงเทียนแต่ก็คงยากจะช่วยเหลืออะไรได้ จะมีก็แต่ฉุดลากถ่วงรั้งต้วนหลิงเทียนเอาไว้เท่านั้น จึงไม่กล่าวออกมา…
“ไปกันเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนหันไปกล่าวชวนถังเซี่ยวเซี่ยวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นคนก็พุ่งลับฟ้าหายไปจากสายตาของจางยี่และฉีจงในเวลาชั่วพริบตา…
“จางยี่…เจ้ามีสหายที่น่าอัศจรรย์นัก”
จนเมื่อแผ่นหลังของต้วนหลิงเทียนหายลับไปจากสายตาสักพัก ฉีจงค่อยคืนสติ จากนั้นก็หันไปมองกล่าวกับจางยี่พลางระบายลมหายใจออกมาอย่างทอดถอน
“ข้ารู้ท่านผู้พิทักษ์ฉี”
จางยี่พยักหน้าตอบฉีจง ค่อยหันกลับไปมองฟ้าทิศทางที่ต้วนหลิงเทียนหายลับสายตาไปอีกครั้ง
มันรู้ดี
ว่าการแยกจากต้วนหลิงเทียนครั้งนี้ หากอีกฝ่ายไม่ว่างและไม่ได้ไปหามันที่สำนักเทียนซือ เกรงว่าในภายภาคหน้าต่อให้ขึ้นไปยังระนาบเทวโลกแล้ว แต่โอกาสได้พบเจอกันอีกครั้งก็น้อยนิดนัก!
ระนาบเทวโลกกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน…