จากนั้นไม่นานร่างชายชราตัวเตี้ยแต่กำยำล่ำสันก็ปรากฏตัวในสายตาต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ และพริบตามันก็วูบไปหยุดลอยข้างๆกายจางฉู่เหอ หันมากวาดตามองพวกต้วนหลิงเทียนด้วยความสนใจ
“จางยี่?”
เมื่อได้เห็นร่างจางยี่ที่ลอยข้างๆต้วนหลิงเทียน ชายชราตัวเตี้ยแต่กำยำล่ำสันก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปวูบหนึ่ง
“น้องหลิงเทียนนี่คือผู้พิทักษ์ขวาของสำนักเทียนซือข้า ผู้พิทักษ์ฉีจง…ท่านผู้พิทักษ์ขวามีไมตรีกับท่านอาจารย์ของข้าไม่น้อย หากทำได้ขอเจ้ายั้งมือไว้ไมตรีด้วย…”
เมื่อเห็นชายชราร่างเตี้ยบึกบึนที่พึ่งปรากฏตัว จางยี่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ค่อยหันไปส่งเสียงผ่านพลังกล่าวบอกต้วนหลิงเทียน ให้ยั้งมือไว้ไมตรีผู้พิทักษ์ฉีจงของสำนักเทียนซือมันคนนี้
“ไม่ต้องห่วง”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบคลายกังวลให้จางยี่ค่อยพูดต่อว่า “นอกจากจางฉู่เหอแล้วข้าไม่คิดฆ่าคนอื่นอีก เพราะอย่างไรข้ารู้ดีว่าเจ้าเองก็ยังต้องกลับไปสำนักเทียนซือ”
“ทำอย่างไรได้…ที่นั่นก็เหมือนรากของข้า…”
จางยี่ถอนหายใจ
“ผู้พิทักษ์ฉีจง ศิษย์จางยี่ผู้นี้หาญกล้าร่วมมือกับคนนอกเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันอย่างหลานชายข้า จางอวิ๋นเฟย โทษมันหนักหนายากอภัย! จำต้องประหารทิ้งสถานเดียว!!”
จางฉู่เหอกล่าวออกเสียงเข้ม
วูบ