ครู่ต่อมาสองตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนของมันก็ทอประกายเย็นเยียบ!
“มันอย่างไรก็เป็นแค่มดปลวกสวะในระนาบโลกียะโสโครก…ตราบใดที่วันหน้าเปี่ยวเม่ยไม่คิดกลับมาหามัน ข้ายังไม่อยากจะฆ่ามันให้แปดเปื้อนมือ!”
อวิ๋นชิงเหยียนกล่าวออกเสียงเบา ในวาจายังเต็มไปด้วยความดูแคลนรังเกียจต้วนหลิงเทียนถึงที่สุด!
หลังจากนั้นไม่ทันที่เค่อเอ๋อจะได้ตอบสนองอะไร มันก็มองกล่าววกับต้วนหลิงเทียนอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ต้วนหลิงเทียน…เจ้าใช่กล่าวไว้ว่าวันนี้หากข้าไม่ฆ่าเจ้า วันหน้าเจ้าจะทำให้ข้าเสียใจใช่หรือไม่?”
“ตอนนี้ข้าจะบอกให้เจ้าฟัง…ตัวข้า อวิ๋นชิงเหยียน ไม่เคยกระทำสิ่งใดแล้วต้องมารู้สึกเสียใจภายหลังสักครั้ง!”
กล่าวถึงจุดนี้อวิ๋นชิงเหยียนก็หยุดลง ก่อนที่จะก้มลงไปตบหน้าต้วนหลิงเทียนดังฉาด จนใบหน้าต้วนหลิงเทียนปรากฏรอยมือแดงฉาน ยังรู้สึกแสบร้อนนัก!
“อวิ๋นชิงเหยียน!”
เมื่อต้วนหลิงเทียนถูกยัดเยียดความอัปยศอดสู สองตาของเขาก็ถลึงมองอวิ๋นชิงเหยียนด้วยความคับแค้น ยังโมโหจนร่างที่บาดเจ็บสาหัสสั่นระริก!
“วันนี้ข้าไม่เพียงแต่จะพาตัวภรรยาของเจ้าไป ยังจะพาครอบครัวและคนของเจ้าทั้งหมดไปจากเจ้า…”
“ข้าล่ะอยากจะรู้นัก! ว่าต้วนหลิงเทียนเจ้า…จะอาศัยความสามารถอันใดมาทำให้ข้าเสียใจ!”
เมื่อเห็นว่าใบหน้าของต้วนหลิงเทียนเริ่มบิดเบี้ยวไปด้วยโทสะหลังได้รับความอัปยศอดสู บนหน้าอวิ๋นชิงเหยียนก็เริ่มคลี่กางรอยยิ้มสดใสพึงใจออกมา