เมื่อเห็นเปี่ยวเม่ยกับมดปลวกสวะของระนาบโลกียะอันแสนต้อยต่ำ ยังกล้าพรอดรักกันแม้จะเป็นในเวลาแบบนี้ สีหน้าของอวิ๋นชิงเหยียนพลันมืดดำลงปานจะคั้นได้เป็นหยดน้ำหมึก อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยโทสะอันยากระงับ
“เพียงแต่พวกเจ้าคิดว่า…หากข้าอวิ๋นชิงเหยียนมิได้เตรียมการอันใดไว้ ข้ายังจะมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเจ้างั้นหรือ?”
ขณะกล่าวประโยคนี้ สีหน้าท่าทีของอวิ๋นชิงเหยียนก็กลับมาเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ กระทั่งน้ำเสียงเยียบเย็นของมันยังเต็มไปด้วยความมั่นใจถึงขีดสุดราวกับไร้ผู้ใดสั่นคลอนได้
เมื่ออวิ๋นชิงเหยียนกล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนไม่ได้พูดอะไร หากแต่คิ้วเริ่มขมวดเป็นปม
ทว่าสีหน้าของเค่อเอ๋อแปรเปลี่ยนไปทันใด ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวนัก!
เพราะนางรู้ดีว่าเปี่ยวเกอผู้นี้เป็นคนอย่างไร กระทั่งเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายแล้วยังไม่เลือกวิธีการ!
จังหวะนี้ในใจของนางจึงอดไม่ได้ที่จะบังเกิดสังหรณ์อัปมงคลขึ้นมา
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าลองเบิกตามองให้ชัด…ว่าพวกมันเป็นใคร?”
อวิ๋นชิงเหยียนก้มลงมองต้วนหลิงเทียนที่นอนฟุบข้างเท้าด้วยสายตาไร้แยแส ก่อนที่จะยกมือขึ้นวาดเบาๆในความว่างเปล่า
ทันใดนั้นความว่างเปล่าก็เริ่มสั่นสะเทือนและกลายเป็นพร่ามัวราวม่านน้ำ เริ่มปรากฏแสงสว่างสบายตาให้เห็น
วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
…