และพอเวลาผ่านพ้นไปครึ่งค่อนคืน หลิวก่วงหลินก็กลับมา
“นายท่านขอรับ มีร้านโอสถใหญ่หลายแห่งในเมืองที่ปิดยามค่ำคืน…ส่วนร้านโอสถที่เปิดอยู่ ข้าน้อยได้ไปตระเวนมาทุกร้านแล้ว หากแต่ยังได้วัตถุดิบสมุนไพรที่นายท่านต้องการไม่ถึงครึ่ง ยามรุ่งพรุ่งนี้ข้าน้อยค่อยออกไปหาซื้ออีกรอบ”
แม้เซียนอมตะความจริงไม่ต้องหลับนอนเป็นปีๆก็ยังได้ หากแต่ความคุ้นชินนั้นมันน่ากลัว ยามค่ำคืนร้านรวงก็มักปิด และแม้ผู้คนจะไม่นอนแต่ก็มักจะเลือกทำสมาธิเพื่อผ่อนคลายจิตใจ หรือไม่ก็บ่มเพาะพลัง ทำให้หลิวก่วงหลินที่ออกไปตระเวนอยู่ค่อนคืนก็ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาไม่มาก
วันต่อมาหลิวก่วงหลินก็ออกไปซื้อหาวัตถุดิบสมุนไพรแต่เช้า กว่าจะกลับมาอีกทีก็มืดค่ำแล้ว
“นายท่าน วัตถุดิบสมุนไพรที่ท่านตองการ ส่วนใหญ่ข้าน้อยซื้อหามาได้หมดแล้ว เหลือก็แต่สมุนไพรตัวหนึ่งกับวัตถุดิบอีกชนิดหนึ่งขอรับ…เป็นบุปผาวิญญาณลี้ลับกับไส้เดือนฝอยทองที่ข้าไปหาร้านใดก็มิมีของเก็บไว้ในคลังทั้งสิ้น และร้านโอสถใหญ่ยังกล่าวบอกข้าน้อยว่า บุปผาวิญญาณลี้ลับกับไส้เดือนฝอยทองนี้ค่อนของหายากไม่น้อย กระทั่งในคลังของวังหลวงก็ไม่แน่ว่าจะมีเก็บไว้ขอรับ”
“เอาล่ะ”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า เขาเองก็มีคาดเดาไว้แล้วว่าอาจจะเป็นแบบนี้
“ว่าแต่นายท่าน…วัตถุดิบสมุนไพรที่ท่านให้ข้าไปหาซื้อนั้น…ดูเหมือนจะใช้เพื่อหลอมปรุงโอสถเฉียนจินหรือ?”