แม้หลิวก่วงหลินจะรู้สึกว่าคราวนี้ต้วนหลิงเทียนดื้อรั้นไปบ้าง และอาจทำให้วัตถุดิบสมุนไพรที่รวบรวมมาได้อย่างยากลำบากต้องเสียเปล่า แต่หลังจากที่มันเห็นความแน่วแน่ของต้วนหลิงเทียนแล้ว มันก็ไม่คิดจะพูดขัดอะไรอีก
‘บางที นายท่านอาจสร้างปาฏิหาริย์ได้จริงๆ’
ขณะเดียวกัน ความคิดบ้าคลั่งดังกล่าวก็ผุดขึ้นในใจหลิวก่วงหลิน
เช้าวันต่อมา ต้วนหลิงเทียนก็เดินออกจากห้องแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็ไปนั่งพักเงียบๆในลาน พอเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มเดินทางไปเข้าพบฮ่องเต้ฝูชิว
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนมาถึงด้านนอกโถงพระราชวังหลวง เขาก็บังเอิญพบเข้ากับหูหลินอี้ ฮ่องเต้ฝูชิวที่พึ่งเดินออกมาจากโถงพระราชวังหลัก โดยมีขันที 4 คนห้อมล้อม
“ฝ่าบาท”
ต้วนหลิงเทียนหยุดลง จากนั้นก็ประสานมือให้หูหลินอี้ที่กำลังเดินมาหาเขา
“ต้วนหลิงเทียน?”
พอเห็นต้วนหลิงเทียนมาอยู่แถวนี้ หูหลินอี้ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจอยู่บ้าง “เจ้า…คิดมาหาข้าหรือ?”
“ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
“มิทราบว่าเจ้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
หูหลินอี้กล่าวถามออกไปด้วยรอยยิ้ม เพราะมันเชื่อว่าชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าต้องนำผลประโยชน์มหาศาลมาสู่มันเป็นแน่ ดังนั้นมันย่อมต้อนรับด้วยรอยยิ้มมากอัธยาศัยเป็นธรรมดา